เที่ยวเกาหลีใต้ 10 วัน PART 1: โซล

ช่วงวันที่ 13 ต.ค. – 23 ต.ค. 66 ที่ผ่านมาไปเที่ยวเกาหลีใต้มาครับ เป็นครั้งแรกที่ไปเกาหลีเหมือนกัน ทริปนี้ไปกับคุณ Jessica Kiki ครับ ทริปนี้อยู่โซลและโซนรอบ ๆ 6 วัน จากนั้นไปควังจู​ 1 วัน และปูซานอีก 3 วันครับ ขอแบ่ง blog เป็น 2 PART เนื่องจากรูปเยอะ โดย PART แรกนี้จะเป็นช่วงที่อยู่ที่โซล 4 วันแรกครับ ส่วน PART 2 ก็จะเป็นส่วนที่เหลือ

13 ต.ค. 66: มาถึงโซล

เราเดินทางไปกับการบินไทยออกจากไทย 5 ทุ่มครึ่ง ไปถึงเกาหลีราว 7 โมง (ตี 5 ที่ไทย) อยู่บนเครื่อง 5 ชม. ผมค้นพบว่าไม่ชอบเวลาเดินทางแบบนี้เอาซะเลย ปกติผมเป็นคนนอนดึก อยู่บนเครื่องก็เลยหลับยาก กว่าจะเริ่มหลับก็ใกล้ถึงแล้ว มีอาหารมาเสิร์ฟพอดี สรุปไม่ได้นอนเลยตลอดไฟลท์ ลาขาดเวลาบินแบบนี้ คือถ้าเป็นบินไกล ๆ ไปยุโรปอะไรแบบนั้นมันยังโอเค มีช่วงให้หลับบ้าง อันนี้ไม่ไหว

หลังจากลงเครื่องก็มึน ๆ ตลอดทางแบบคนไม่ได้นอน พอจะเข้าเมืองเดินไปถึง airport link ก็เจอช่วงระบบเสียพอดี เดินกลับมาจะขึ้นบัสเข้าเมืองก็คุยกับพนักงานไม่รู้เรื่อง แต่ airport link ก็ซ่อมเสร็จพอดี สุดท้ายเลยตัดสินใจนั่ง airport link เข้าเมือง กว่าจะถึงโซลกว่าจะเข้าโรงแรมก็บ่ายแก่ ๆ วันนั้นเหนื่อยมาก ไปถึงก็สลบถึงเช้าเลย ที่โซลนี่เราพักกันที่โรงแรม Aiden by Best Western Cheongdam อยู่แถวกังนัม โดยรวมก็โอเคนะครับ

ในการเดินทางในเกาหลีทั้งทริปนี้ เราซื้อบัตร Tmoney กัน สามารถใช้ได้ทั้งประเทศเลยครับ ตอนแลกคืนก็แลกคืนได้ตามร้านสะดวกซื้อเลย มีพวกรถไฟ ITX ที่ต้องซื้อแยก ซึ่ง airport link นี่รู้สึกว่าถ้าเป็นแบบด่วนจะใช้บัตรไม่ได้ ต้องซื้อตั๋ว แต่ถ้าแบบธรรมดาก็ใช้บัตรได้ (พวกผมก็ใช้บัตรแตะเข้าออกทั้งขาไปขากลับสนามบิน)

ใกล้ ๆ จุดขึ้น airport link มีคนมาแสดง interactive/immersive art exhibition สวยดีครับ
คุณเจสสิก้ากีกี้กับดวงจันทร์

14 ต.ค. 66: กังนัม-อิแทวอน

วันนี้ไม่ได้ไปไหนกันเป็นพิเศษ ตื่นมาบ่าย เหมือนผมจะไม่ค่อยสบายนิด ๆ ด้วยเมื่อวานเลยหลับยาว เป้าหมายของวันนี้คือการไปคลินิกหน้า คุณกีกี้จองลีเอนจางคลินิก สาขาเกาหลี มาจากที่ไทย ผมเองก็อยากลองดูด้วยล่ะครับว่าการทำหน้าที่เกาหลี ซึ่งมีชื่อเสียงด้านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ผมเลยลองฉีดโบท็อกซ์ลดกรามกับฉีดสลายไขมันใต้คาง โดยรวมก็นับเป็นประสบการณ์ใหม่ดีครับ ค่อนข้างสะดวกนะ คลินิกมีพนักงานคนไทยที่พูดไทยได้ไว้คอยบริการ หมอเข้ามาฉีดแป๊ป ๆ ไม่ได้พูดอะไรกันเยอะ

ย่านกังนัม ใกล้ ๆ กับคลินิกที่เราจะไปกัน

ห้องสมุด Starfield COEX Mall

หลังจากฉีดหน้าเสร็จเราก็ไปต่อที่ COEX Mall เพื่อหาอะไรกินและดูห้องสมุด

ที่ประตูด้านหนึ่งของ COEX Mall จะมี Statue of Gangnam Style อยู่ ทำมือเหมือนในเพลง Gangnam Style ตอนแรกผมก็ไม่ทันสังเกตเหมือนกัน
ห้องสมุด Starfield สวยดีครับ มีคนมาอ่านหนังสือจริง ๆ นะ แต่พวกเล่มที่อยู่บน ๆ น่าจะมีไว้โชว์อย่างเดียว
บรรยากาศ Starfield Library ที่ COEX Mall

อิแทวอน (Itaewon)

หลังจากนั้นเราก็แยกกัน คุณกีกี้กลับโรงแรมนอน ผมไปเที่ยวต่อที่ย่านอิแทวอน จริง ๆ ผมเคยดู Itaewon Class นะ แต่ดูได้ไม่กี่ตอนเองแล้วก็ไม่ได้ดูต่อ 😅 แต่เห็นใคร ๆ ก็ไปกันก็เลยอยากลองไปดู เห็นบอกเป็นย่านที่ชาวต่างชาติเยอะ ตั้งแต่สมัยสงครามเย็นที่อเมริกันเข้ามา

สถานีอิแทวอน บรรยากาศสถานีรถไฟในเกาหลีก็ค่อนข้างคล้ายที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน
บรรยากาศย่านอิแทวอน
บรรยากาศย่านอิแทวอน เป็นถนนเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยผับบาร์ตลอดสองข้างทาง คนเยอะมากพอสมควร แต่ก็พอเคลื่อนตัวได้
ร้านนี้เห็นมีป้ายเป็นซีรีย์ Itaewon Class น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับในซีรีย์บางอย่าง
จริง ๆ ผมว่าย่านผับบาร์ในไทยหลาย ๆ ย่านอาจจะครึกครื้นกว่าก็ได้นะ 😆
ตรงนี้เดินออกมาจะพ้นจากอิแทวอนแล้วครับ

15 ต.ค. 66: รอบ ๆ พระราชวังคย็องบก-ฮงแด

วันนี้ผมก็เริ่มวันในช่วงบ่ายเหมือนเดิมครับ ตื่นสาย วันนี้คุณกีกี้ติดงาน และเขาเคยดูวังแล้ว ก็เลยแยกกันแล้วรอเจอกันตอนเย็นทีเดียวเลย

พระราชวังคย็องบก (Gyeongbokgung palace)

ที่แรกที่ไปก็คือพระราชวังคย็องบกนี้ครับ เลือกวันนี้เพราะหลาย ๆ คนบอกว่าสวยสุดแล้วในหลาย ๆ วัง ผมไปทันการแสดงเปลี่ยนกะช่วงบ่ายสองพอดี เท่าที่ดูการเปลี่ยนกะในประเทศแถบยุโรปมา ดูเหมือนทหารยามแถวยุโรปจะเป็นทหารจริงและอาวุธต่าง ๆ ก็ยิงได้จริง แต่ของเกาหลีน่าจะเป็นการแสดงล้วน ๆ เพราะก็ไม่ได้มีกษัติย์แล้ว

จุดเปลี่ยนกะจะอยู่ตรงประตูกวางฮวามุน (Gwanghawamun gate)
กลองนี้เหมือนจะเอาไว้ตีไม่กี่ครั้ง แต่ก็ดูฮึกเหิมดีครับเสียงกลอง
ทหารที่ร่วมเปลี่ยนกะ
คนนี้เหมือนจะเป็นหัวหน้า
บรรยากาศการเปลี่ยนกะ
บรรยากาศการเปลี่ยนกะ

หลังจบการแสดงผมก็เริ่มเดินเที่ยวในวัง

ประตูชั้นถัดมาชื่อว่าประตูฮึงเยมุน (Heungnyemun Gat)
อีกมุมหนึ่งของประตูฮึงเยมุน (Heungnyemun Gat)
เหมือนถ้าใส่ชุดฮันบกมาจะเข้าชมฟรี ซึ่งที่เช่าชุดก็อยู่ใกล้ ๆ วันนี่แหละครับ ผมว่าเป็นนโยบายที่ดีนะ เป็นแรงจูงใจให้คนใส่ชุดฮันบกมากขึ้น นักท่องเที่ยวคนอื่นเวลามองดูมันก็สวยดี และเหมือนได้ย้อนยุคจริง ๆ
พระตำหนักคึนจ็อนจ็อน (Geunjeongjeon hall) เป็นที่ว่าราชการและต้อนรับแขก
เข้าใจว่าคือที่นั่งของกษัตริย์
งานแกะสลักมังกรที่เพดาน
โซนนี้น่าจะเป็นโซนพระราชฐานของกษัตริย์ พระมเหสี และราชวงศ์ จำไม่ได้เหมือนกันครับว่าหลังไหนใครอยู่
ศาลากลางน้ำคย็องฮเวรู (Gyeonghoeru) เหมือนจะเอาไว้จัดงานเลี้ยง รับแขก
ศาลาฮยังว็อนจ็อง (Hyangwonjeong) ออกแนวสถานที่พักผ่อนของคนที่นั่น
พระตำหนักค็อนช็อง (Geoncheonggung) ในปี 1888 สมัยกษัตริย์โคจงเคยมีมือสังหารลอบเข้ามาฆ่าพระมเหสี พระองค์เลยไม่อยู่ที่ตำหนักนี้ต่อเลย ต่อมาก็ถูกญี่ปุ่นทำลาย และมีการสร้างใหม่และเปิดให้เข้าชมในปี 2007
เนื่องจากจะไปหมู่บ้านพุกชนฮันอกต่อ ผมเลยเดินออกประตูแถวนั้น เหมือนจะชื่อ Sinmumun Gate
ออกมาจะเจอกับทำเนียบประธาธิบดีเกาหลีใต้ อาคารที่เห็นคืออาคารหลักชื่อว่า Blue House ทำเนียบปธน.นี้เหมือนจะเข้าชมได้เหมือนกันแต่ต้องจองล่วงหน้าและมีไกด์พาทัวร์

หมู่บ้านโบราณพุกชนฮันอก (Bukchon Hanok Village)

หลังจากออกจากพระราชวังคย็องบก ผมก็เดินเลาะไปตามถนนเรื่อย ๆ เพื่อไปยังหมู่บ้านโบราณพุกชนฮันอก เป็นบ้านโบราณตั้งแต่สมัยโชช็อน เดิมเป็นที่อยู่ของขุนนางชั้นสูง ต่อมายุคสมัยเปลี่ยนจึงมีการอนุรักษ์ไว้

อาคารระหว่างทางไปหมู่บ้าน สวยดีครับ
แถวนี้เป็นถนนซัมช็องดง (Samcheong-dong) ผมเดินผ่านเห็นใน Google Maps มีบอกเป็นจุดถ่ายรูปเลยแวะเดินมาดู
บันไดเดินขึ้นไปหมู่บ้านพุกชนได้
อย่างหนึ่งที่ผมชอบในสถานที่ท่องเที่ยวของเกาหลีก็คือเขาชอบทำจุดเล็ก ๆ ให้ไปถ่ายรูปเล่นได้ มันทำให้การเดินเล่นรอบ ๆ ดูมีอะไรให้ทำ
และก็มาถึงหมู่บ้านพุกชนฮันอก จุดนี้คือจุดถ่ายรูปที่เป็นที่นิยมที่สุด
จำนวนคนมหาศาล จริง ๆ จุดถ่ายรูปอื่นก็มี แต่ตรงนี้ก็ดูจะสวยสุด
ร้านขายชาแถวนั้น
บรรยากาศในหมู่บ้าน จริง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่ ผมว่าใครอยู่แถวนี้หนวกหูทั้งวันแน่นอน ถึงแม้จะมีป้ายว่าอย่าใช้เสียงดังแต่ก็เห็นนักท่องเที่ยวตะโกนโหวกเหวกกันพอสมควร อันนี้ทั้งนทท.ชาวเกาหลีเองและชาวต่างชาติด้วยนะครับ 😅

จัตุรัสกวางฮวามุน (Gwanghwamun Square)

ผมนั่งรถจากหมู่บ้านพุกชนมาที่จัตุรัสกวางฮวามุน อันนี้ก็ออกแนวจัตุรัสกลางเมืองไว้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ วันที่ผมไปก็มีการปิดถนนเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่ามี event อะไร

บริเวณจัตุรัสมี Sejong center for the performing arts ถ้าแปลตามตัวก็น่าจะศูนย์ศิลปะการแสดงเซจง ข้างในเหมือนจะเป็นโรงละคร แต่ไม่ได้เข้าไปดูเหมือนกันครับ
มองไปเห็นวิวพระราชวังคย็องบกกับภูเขาประจำเมืองโซล ชื่อภูเขาพูกักซัน สวยดีครับ
มีการปิดถนนวันนั้น ถนนในเกาหลีใต้นี่กว้างมาก ๆ ทุกเส้น โดยรวมรถไม่ได้ติด ส่วนหนึ่งเพราะขนส่งสาธารณะดี แต่ถ้าเมืองไทยทำถนนแบบนี้น่าจะร้อนน่าดู
อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช (Sejong the Great) เป็นกษัตริย์ไม่กี่พระองค์ในเกาหลีที่ได้ชื่อว่ามหาราช เหมือนผลงานก็เยอะอยู่แต่ที่โดดเด่นมาถึงปัจจุบันน่าจะเป็นเรื่องการประดิษฐ์ตัวอักษรเกาหลีฮันกึล (Hangul)
อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช (Sejong the Great)
บรรยากาศแถวนั้น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
ใกล้ ๆ กันมีอีกอนุสาวรีย์ คืออนุสาวรีย์แม่ทัพอีซุนชิน (Yi Sun Shin)
แม่ทัพอีมีผลงานสำคัญคือการชนะกองทัพเรือญี่ปุ่นในยุคราชวงศ์โชซ็อน

วัดโชกเยชา (Jogyesa Temple)

หลังจากนั้นผมก็เดินต่อไปที่วัดโชกเยชา เป็นวัดพุทธสำคัญของเกาหลีใต้ ศาสนาพุทธในเกาหลีใต้มี 2 นิกายหลักคือนิกายโชเกกับนิกายแทโก ซึ่งเป็นสายทางมหายานทั้งคู่ โดยโชเกจะเคร่งครัดกว่า ส่วนแทโกเป็นการผสมพุทธแบบญี่ปุ่น (เช่น พระแต่งงานได้) ที่เข้ามาในช่วงที่ญี่ปุ่นปกครอง วัดโชกเยชานี้เป็นศูนย์กลางของนิกายโชเก

ภายนอกจะมีพระพุทธรูปที่มีต้นไม้ปกคลุมแบบนี้อยู่หลายองค์เหมือนกัน น่าจะประมาณปางต่าง ๆ
บรรยากาศภายในวัด พอดีเขาห้ามเข้าไปถ่ายรูปข้างในเลยได้แต่ถ่ายข้างนอก ข้างในเป็นพระพุทธเจ้าสามองค์ พระพุทธเจ้าที่เรารู้จัก หรือพระศรีศากยมุนี (Shakyamuni) คือองค์ตรงกลาง
เห็นบอกมีต้น White Pine กับ Chinese Scholar tree อายุกว่า 500 ปี ไม่แน่ใจว่าต้นไหนเหมือนกันครับ
เห็นคนมาวัดนี้ชอบถ่ายหลังคา ผมเลยถ่ายมาด้วย
บรรยากาศภายนอกวัด

คลองช็องกเยช็อน (Cheonggyecheon)

เดินกลับมาที่คลองช็องกเยช็อนเพื่อพบคุณกีกี้ก่อนไปกินข้าวเย็นกัน คลองช็องเกยช็อนนี้เป็นคลองมาแต่เดิม แต่ต่อมามลพิษเยอะก็เลยสร้างคอนกรีตปิดคลองไว้แล้วสร้างทางด่วนทับอีก แต่การทำแบบนั้นก็สร้างปัญหาหลาย ๆ อย่าง ลองอ่านได้ในบทความนี้ครับ ทางการก็เลยตัดสินใจรื้อถอนแล้วทำเป็นคลองสวย ๆ แบบทุกวันนี้แทน ท่านใดเคยดูซีรีย์ Moving จะมีช่วงหนึ่งที่ฉากหลังเป็นบริเวณคลองนี้สมัยยังเป็นถนน และกำลังจะรื้อถอน

บรรยากาศคลองช็องกเยช็อนช่วงเย็น ผมนึกว่าจะมีเปิดไฟหลากสีเสียอีก แต่ดูเหมือนการแสดงไฟจะมีแค่บางช่วง
จุดเริ่มต้นของคลองที่บริเวณ Cheonggye Plaza
ไฟหลากสีที่เด่น ๆ ก็มีแค่ใต้สะพานตรงนี้แหละครับ 55
อาคารสำนักงานท่องเที่ยวเกาหลีตรงใกล้ ๆ กันนี้ก็เหมือนจะมีอะไรให้ดูนะครับ แต่ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
เดินไปขึ้นรถไฟเห็นคนกำลังถ่ายรายการ คนก็มายืนมุงดูกัน

ฮงแด (Hongdae)

หลังจากเจอกันแล้วเราก็ไปต่อกันที่ย่านฮงแด ซึ่งใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาที่คนชอบไปถ่ายรูปกัน ย่านนี้เหมือนเป็นย่านวัยรุ่นมหาวิทยาลัยมาเดินกัน

บรรยากาศย่านฮงแด
บรรยากาศย่านฮงแด
บรรยากาศย่านฮงแด
เราตั้งใจมากินร้านนี้กัน ร้านแซมาอึลชิกดัง (Saemaul Sikdang) เป็นร้านขายหมูย่าง และก็ตักเครื่องเคียงเองได้
อร่อยดีครับ หมูย่างเกาหลี แต่เป็นย่างเองนะครับ

16 ต.ค. 66: ทงแดมุน-อีฮวา-เมียงดง

วันนี้ช่วงกลางวันผมลุยเดี่ยวอีกเช่นเคย ค่อยเจอกันช่วงเย็น ๆ ครับ

ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า (Dongdaemun Design Plaza)

เป็นอาคารดีไซน์ล้ำฝีมือซาฮา ฮาดิด ผมมาที่นี่เพราะดีไซน์ล้วน ๆ เลย ยังไม่รู้ด้วยซ้ำครับว่าข้างในมีอะไร แต่ไปถึงก็พบว่าอาคารค่อนข้างใหญ่ หลัก ๆ มี 2 อาคารตรงข้ามกัน มีนิทรรศการ มีร้านขายของ

เดินเข้ามาฝั่งขวาจะเป็น Art hall ฝั่งซ้ายจะเป็น Museum ผมลองเดินเข้าฝั่งขวาก่อน
โซนนี้ชื่อว่า D-Soop เหมือนจะเอาไว้นั่งชิล อ่านหนังสือ ชอบพรมครับ รู้สึกถึงธรรมชาติดี
เห็นคนส่วนใหญ่ก็มานั่งอ่านหนังสือกัน ไม่กล้าเสียงดังเลย ใกล้ ๆ กับตรงนี้จะเป็นร้านขายของ
นิทรรศการเกี่ยวกับทีวีที่จัดแสดงตอนนั้น
Media Art Gallery ห้องนี้ก็จะเป็นห้องใหญ่ ๆ ไว้โชว์วิดีโอเต็ม ๆ ห้อง ผมสังเกตว่าเกาหลีมีห้องแบบนี้อยู่หลายที่เหมือนกัน ที่สนามบินก็ทำ สงสัยกำลังฮิต
ทางเดินไป Exhibition Hall สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ ดูอวกาศดีครับ
ตอนที่ผมไปมีนิทรรศการ Alphonse Mucha eMotion in SEOUL ก็คือเอางานของอัลโฟนส์ มูคา (Alphonse Mucha) ศิลปินแนวอาร์ตนูโวมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ immersive คล้าย ๆ งาน Van Gogh Alive ที่จัดที่ Iconsiam โดยรวมผมก็ชอบนะครับ อลังการดี
บันไดก็สวยดีครับ
เนื่องจากเวลาจำกัดก็เลยออกมาก่อน ไม่แน่ใจว่ามีอย่างอื่นที่นี่อีกหรือเปล่านะครับ ถ้าจะดูชิล ๆ เลยอาจต้องมีเวลาซักครึ่งวันหรือหนึ่งวัน
บรรยากาศภายนอก DDP ช่วงเย็น ๆ

มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ewha Womans University)

ไปต่อที่มหาวิทยาสตรีอีฮวา จริง ๆ ก็เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่งของเกาหลี แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่น่าจะมาถ่ายรูปกับทางเดินเข้ามหาวิทยาลัยที่เหมือนกำลังเดินในหุบเขา

ส่วนตรงนี้เป็นด้านหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยเลย
อาคารสไตล์ยุโรป สวยดีครับ
ตรงนี้แหละครับ จุดถ่ายรูปยอดฮิต จริง ๆ ที่ขนาบ 2 ข้างคืออาคารเรียนครับ แต่เขาสร้างให้ฝังลงใต้ดินและตรงนี้ก็เป็นทางเดินให้คนผ่านไปมาหรือนั่งชิลได้
มองจากอีกมุมหนึ่ง
สองข้างทางเป็นอาคารเรียน
สวยดีครับ แต่นอกจากตรงนี้ผมก็ไม่กล้าเดินไปถ่ายรูปตรงอื่นเท่าไหร่ เดี๋ยวรบกวนความเป็นส่วนตัวของนักศึกษา อีกอย่างก็มันจะค่ำแล้วด้วยแหละครับ

เอ็นโซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower)

ไปต่อที่จุดชมวิวประจำเมือง เป็นหอส่งสัญญาณทีวีและวิทยุ ผมหลงทางอยู่นานพอสมควร เลยไปถึงค่ำเลยครับ 55 Google Maps เขามึน ๆ ย่านนี้ สุดท้ายไปถึงด้วยรถเมล์

บรรยากาศเมืองโซล จากบนหอคอย ไปตอนค่ำนี่มองอะไรไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ครับ กระจกสะท้อนแสงเกิน
แต่ถ้าไปนั่งกินข้าวบนนั้นชมวิวไปด้วยก็อาจจะฟินไปอีกแบบครับ
บรรยากาศทางแม่น้ำฮัน แต่เอาจริง ๆ เลยผมว่าดูอยู่ข้างล่างก็ไม่ได้ต่างในแง่ความสวยของวิว แค่ต้นไม้จะบังมากกว่านิด แต่ข้อดีคือไม่มีแสดงสะท้อนตรงกระจกด้วยนะครับ
กิจกรรมยอดฮิตอีกอย่างก็คือไปคล้องกุญแจคู่รัก ไม่ต้องเตรียมไปเอง เขามีกุญแจขายบนนั้นเลยถ้าจะคล้อง
ภาพนี้ถ่ายจากข้างล่างหอคอยนะครับ จะเห็นว่าไม่ต่างจากข้างบนเท่าไหร่ 555
ศาลาที่พักแถวนั้น
วิวเมือง จากข้างล่างเช่นกัน จะเห็นต้นไม้บัง ๆ นิด
จุดขึ้นรถเมล์ มองไปจะเห็นหอคอยมีการติดไฟสีต่าง ๆ เห็นบอกว่ามีแต่ละสีจะมีเหตุผลประกอบ

สวนลอยฟ้าโซลโล (Seoullo 7017)

ผมเดินทางต่อไปเมียงดง ระหว่างทางเจอสวนนี้สวยดีเลยแวะถ่ายรูปครับ อันนี้ก็แนวเอาทางยกระดับมาปรับปรุงเป็นถนนคนเดินเชื่อมสถานที่บริเวณรอบ ๆ

บรรยากาศบนถนน Seoullo 7017
บรรยากาศบนถนน Seoullo 7017

เมียงดง (Myeong-dong)

ย่านหลักที่ทุกทัวร์ไทยต้องมี เหมือนเป็นย่านช็อปปิ้งมีสินค้ามากมาย โดยเฉพาะเครื่องสำอางเกาหลี และช่วงเย็น ๆ จะมีรถขาย street food มากมาย

อาหารแนะนำคุณกีกี้ ซุปลูกชิ้นปลาเกาหลี (fish cake) อร่อยดีครับ
อาหารน่ากินก็มีขายเยอะอยู่
ทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติก็มารอกินกัน
ไดฟุกุรสต่าง ๆ
คนเดินเยอะเหมือนกันครับ แต่ข้อเสียคือหาห้องน้ำยาก
Street food บริเวณเมียงดง
บางร้านมีเมนูไทยด้วย ร้านนี้ล้ำไปอีกด้วยการเล่นคำกำลังฮิตช่วงนั้น ลำบากว้าวุ่นเลย สงสัยคนไทยน่าจะไปเยอะ 55

ก็จบแล้วครับสำหรับ PART 1 ของเที่ยวเกาหลี ติดตามต่อได้ใน PART 2 ครับ


Rath Panyowat Avatar

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

©2025 Rath Panyowat. All rights reserved.