Book

สรุปหนังสือ Managing for Happiness โดย Jurgen Appelo

6 October 2020

วันหยุดที่ผ่านมาเห็นคุณวิสูตรโพสท์รีวิวหนังสือ Managing for Happiness พอดีว่าหนังสือเล่มนี้ผมสนใจมานานแล้วเนื่องจากผู้แปลคือนพ. ปีย์ เชษฐ์โชติศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนผมเอง เรื่องนี้มี story ที่น่าสนใจด้วยว่าปีย์อ่านเล่มนี้แล้วชอบมาก อยากแปลเป็นภาษาไทย จนติดต่อผู้เขียนและแปลจนเสร็จแล้วแต่ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจ สุดท้ายได้ออกเงินเองพิมพ์ขายเอง (อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่) นั่นทำให้ผมสนใจอยากรู้ว่ามันดีขนาดนั้นเลยหรอมาโดยตลอด (จริง ๆ ตั้งแต่ปีย์เล่าให้ฟังใหม่ ๆ ก็ซื้อเล่มภาษาอังกฤษดองติดเครื่องไว้นานแล้ว ไม่ได้อ่านซักที 55)

พอดีเห็นโพสท์คุณวิสูตรเมื่อวานแล้วรู้สึกแบบ..อ่ะ อ่านเลยก็ได้วะ 55 ก็เลยนั่งอ่านจนจบครับ แต่ผมอ่านภาษาอังกฤษที่ดองไว้นะ ส่วนเล่มแปลไทยก็สั่งซื้อไปแล้วเหมือนกัน ท่านใดสนใจสั่งซื้อได้ที่ Lazada ครับ อ่านจบแล้วคิดว่ามีประเด็นน่าสนใจหลายอย่างน่าบันทึกไว้ (ไม่งั้นเดี๋ยวลืม) เผื่อนำไปปฏิบัติใช้ในภายหลังครับ

Continue Reading

Health Informatics

Open Platform ใน Health care ตามแนวทางของ openEHR community

14 September 2020

ทุกวันนี้โลกธุรกิจมักพูดกันถึงคำว่า platform กันมาก ซึ่งก็มีคนนิยามและจัดหมวดหมู่กันหลายแบบมาก แต่ผมขอโฟกัสเฉพาะ IT platform และให้นิยามง่าย ๆ เลยนะครับว่า platform ก็คือ ระบบที่อนุญาตให้ software จากนักพัฒนาอื่นมาต่อยอดจากระบบของตนเพื่อประโยชน์ต่าง ๆ ครับ

ก็มาสู่ประเด็นต่อมาว่าแล้วอะไรคือ open กับ close platform อันนี้ก็มีนิยามมากมายอีก แต่สำหรับผม ผมคิดว่า close platform ก็คือ platform ที่เจ้าของ platform มีการควบคุมอย่างเข้มงวด อาจจะในรูปแบบการควบคุมแอพหรือเนื้อหาต่าง ๆ หรืออาจในรูปการจะพัฒนาได้ต้องใช้ API เฉพาะที่ต้องซื้อไลเซนส์ เป็นต้น ส่วน open platform ก็คือด้านตรงข้าม เช่น ไม่ควบคุมแอพหรือเนื้อหา (อยากลงโปรแกรมจากทางไหนก็ลง อยากดูอะไรก็ดู) หรือพัฒนาโดยใช้ API ที่เปิดให้สาธารณะเข้าดูได้ เป็นต้น (แต่ open platform ไม่จำเป็นต้องเป็น open source นะครับ)

ซึ่งในโลกความเป็นจริงเรามักไม่สามารถขีดเส้นแบ่งได้ชัดเจนว่า platform ไหนคือ close หรือ open ครับ ในวงการ health IT ก็เช่นกันครับ ไม่รู้ว่าสรุปเปิดแค่ไหนถึงเรียกว่าเปิดกันแน่ ตัวผมเองได้รับอิทธิพลค่อนข้างมากเรื่องนิยามของ open platform มาจาก openEHR community ครับ และผมคิดว่าแนวคิด open platform นี้เป็นแนวคิดที่ดีครับ จึงอยากนำมาเขียนเป็นบทความในวันนี้

แม้ว่าแนวคิดเหล่านี้จะนำมาจาก openEHR แต่เราสามารถนำไอเดียในนี้ไปใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ openEHR นะครับ

Continue Reading

Health Informatics

Demo การแลกเปลี่ยนข้อมูลการสั่งยาผ่าน FHIR R4 – แบบ Basic

1 September 2020

ช่วงนี้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการต่าง ๆ ที่ใช้ HL7 FHIR เป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลค่อนข้างเยอะ แทบทุกโครงการต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลการสั่งยาครับ ผมเลยคิดว่าเดี๋ยวลองทำให้ดูดีกว่าว่าถ้าอยากแลกเปลี่ยนข้อมูลการสั่งยาผ่าน FHIR เราต้องทำอย่างไรบ้าง แบบทำตามแล้วใช้ได้จริง ๆ เลย แม้จะว่าเป็นขั้น basic ก็ตาม

ที่ผมเรียกว่าขั้น basic เพราะผมรู้สึกว่าถ้าจะทำให้สมบูรณ์จริง ๆ มันอาจต้องใช้ FHIR resource อื่น ๆ ที่ผมยังไม่รู้จัก หรือมีท่าแปลก ๆ ในการส่งข้อมูล มีการทำพวก conformance validation หรือมีการใช้พวกเครื่องมือ หรือ library ทั้งหลายเข้ามาช่วยในการพัฒนา ซึ่งสิ่งเหล่านั้นผมยังไม่มีความรู้เท่าไหร่เหมือนกันครับ แต่ผมว่าในเบื้องต้น ทำแบบที่ผมทำนี้ก็สามารถแลกเปลี่ยนได้เหมือนกันครับ

หลายท่านดูไปอาจจะรู้สึกว่าแค่แลกเปลี่ยนข้อมูลไม่กี่อย่างทำไมต้องทำให้ซับซ้อนขนาดนี้ คือหากเราจะทำระบบการแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่นมากพอที่คนจำนวนมากจะเข้ามาใช้ด้วยได้ (FHIR เชื่อว่า 80% ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใช้โครงสร้างแบบนี้ได้) แต่ละคนก็มีวิธีการเก็บข้อมูลของตนเอง มันก็ต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนแบบนี้แหละครับ 😅 ถ้าเราออกแบบให้ simple มาก ๆ ก็จะไม่ตอบโจทย์ของหลายคน

เกริ่นมายาวแล้ว เดี๋ยวเริ่มกันเลยครับ

Continue Reading

Health Informatics

ออกแบบการสั่งยาทางอิเล็กทรอนิกส์ – การค้นหายาโดยใช้ข้อมูลใน TMT

17 June 2020

ในการสั่งยาทางอิเล็กทรอนิกส์ แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกยาที่จะสั่ง บทความนี้เป็นการนำเสนอวิธีการเลือกยาที่ผมคิดว่าน่าจะ practical สำหรับผู้ใช้ที่เป็นหมอครับ

ตอนแรกผมว่าจะเขียนให้ต่อเนื่องจากตอนที่แล้วที่เป็นเรื่อง FHIR Dosage แต่พอลองไปดู MedicationRequest resoucre ของ FHIR จริง ๆ เขาก็กำหนดให้เราเลือกจาก terminology ของเราเองก็ได้หรือใช้ Medication resource ของ FHIR ก็ได้ แต่ผมว่าใช้ terminology ไปเลยน่าจะง่ายกว่า ดังนั้นโจทย์ของการออกแบบในประเด็นนี้มันเลยกลายเป็นว่า ทำอย่างไรจะทำให้หมอค้นหายาที่ตนเองต้องการได้เร็วที่สุดครับ ซึ่งในความเห็นผม ผู้พัฒนาระบบควรใช้แนวคิดของ Thai Medicines Terminology (TMT) มาช่วยในการออกแบบครับ

Continue Reading

Health Informatics

ออกแบบการสั่งยาทางอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับ FHIR R4 – Dosage

17 June 2020

ช่วงหลายวันที่ผ่านมาผมพยายามหาคำตอบว่าควรออกแบบ data model ของระบบการสั่งยาทางอิเล็คทรอนิกส์อย่างไรดี ก็คือเวลาที่เราสั่งยา 1 รายการ ระบบควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ในการนี้ก็พยายามหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ครับ ซึ่งหนึ่งในแหล่งที่ผมว่าทำได้ดีมากก็คือ data model ของ FHIR เอง

ถ้าเราออกแบบโปรแกรมตามนี้ เราจะได้ประโยชน์ 2 ประการ

  1. สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น ๆ ได้ เพื่อให้เกิด Health Information Exchange (HIE)
  2. Data model ของ FHIR ผ่านการคิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก การทำตามนี้เราน่าจะเก็บข้อมูลการสั่งยาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ครอบคลุมวิธีการสั่งยาของหมอส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้เราได้ข้อมูลเป็น machine-readable ที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลต่อได้ และลดการใช้ free text (ซึ่งประมวลผลต่อยาก)

ในการที่เราจะเก็บข้อมูลการสั่งยาของผู้ป่วยได้สมบูรณ์ จำเป็นต้องใช้ FHIR resource ชื่อว่า MedicationRequest ซึ่งประกอบด้วย element ย่อย ๆ หลายชนิด ในบทความนี้ผมจึงขอโฟกัสแค่ที่ Dosage ก่อน

Continue Reading

Health Informatics IT

ติดตั้ง Apelon – Distributed Terminology System (DTS)

24 May 2020

Apelon – Distributed Terminology System (DTS) เป็น Terminology services/server ที่ทาง Standard & Interoperability Lab Thailand (SIL Thailand) กำลังศึกษาความเหมาะสมในการนำมาใช้อยู่ครับ ผมเลยลอง deploy ตัว app นี้เพื่อทดลองใช้งานดู เนื่องจากขั้นตอนค่อนข้างซับซ้อน เลยคิดว่ามาสรุปไว้ที่นี่ด้วยดีกว่า เผื่อท่านอื่นอยากทำตามครับ

เท่าที่ทำได้ตอนนี้ ผมลอง deploy บน Digital Ocean ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ทำบน Azure ไม่สำเร็จ ทำบน OpenLandscape เหมือนจะสำเร็จอยู่ แต่ยังติดปัญหาเข้าไม่ได้ 403: forbidden อาจต้องรอผู้เชี่ยวชาญสาย Java มาช่วยแก้ครับ 😄 สรุปว่าผมเจอวิธีแก้แล้วนะครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ OpenLandscape ครับ อยู่ที่ขั้นตอนการตั้ง group ของ DTS Server ต้องเป็น apelondtsadmin และ apelondts เท่านั้นครับ ห้ามเป็นค่าอื่น

ผมได้ทำวิดีโอแสดงขั้นตอนการทำทั้งหมด สามารถชมได้ที่ YouTube ครับ

Continue Reading

Health Informatics

4 ขั้นตอนสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ด้วย HL7 FHIR

21 April 2020

วันนี้ได้มีโอกาสไปนำเสนอเรื่อง HL7 FHIR ผ่านทางวิดีโอคอลให้พี่ ๆ จากหลายหน่วยของทางกระทรวงสธ.ฟังครับ เลยถือโอกาสแชร์ผ่านทาง blog และเพจด้วยครับ เป็นการเล่าภาพรวมว่าหากอยากให้เกิดการนำ FHIR ไปใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันจริง ๆ แล้ว ในทางเทคนิคต้องทำอย่างไรบ้างครับ

ผมเองเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่อาจเคยได้ยิน FHIR มาบ้าง เคยได้ยิน Resource, Profile, ฯลฯ แต่ก็อาจนึกภาพไม่ค่อยออกว่าแล้วถ้าจะเริ่มใช้จริง ๆ มันต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ

สำหรับผมเอง ผมมองว่าหลัก ๆ แล้วมี 4 ขั้น

  1. สร้าง Implementation Guide
  2. ติดตั้ง FHIR Servers / Facade
  3. สร้าง FHIR Client Application
  4. เริ่มการแลกเปลี่ยนตาม Implementation Guide ที่สร้างไว้

ในวิดีโอก็จะเป็นการอธิบายรายละเอียดที่มากขึ้น แต่ก็ยังไม่พอที่จะทำได้จริงนะครับ ในการทำจริงยังต้องมีรายละเอียดกว่านี้อีกมาก คิดว่าเดี๋ยว FHIR community ในไทยคงทยอยเผยแพร่ความรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดสไลด์ สามารถดาวน์โหลดได้ที่:
https://rath.asia/wp-content/uploads/2020/04/FHIR-Big-Picture-SM.pdf

ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ 😄

Continue Reading

Travel

8 วัน เที่ยวลอนดอน (London) และรอบ ๆ สัมผัสอดีตจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่

19 December 2019

เมื่อช่วงวันที่ 29 ก.ย. ถึง 6 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวลอนดอนและรอบ ๆ มาครับ ตามไปสมทบปุ๊กที่อยู่ที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากผ่านมานานแล้ว ด้วยงานด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ไม่มีเวลามาเขียน blog สายท่องเที่ยวเลยครับ จริง ๆ ผมจำรายละเอียดปลีกย่อยในทริปไม่ค่อยได้แล้ว ดังนั้นคงเป็นเน้นบรรยายภาพมากกว่า ที่เหลือก็ใส่รายละเอียดเท่าที่นึกออก

ความคิดเห็นต่อทริปนี้โดยรวม

  • ส่วนตัวผมประทับใจมาก ๆ นะครับ ผมไปเมืองหลวงในยุโรปมาหลายประเทศ แต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ลอนดอนเป็นเมืองที่ผมประทับใจในระดับ Top 5
  • เป็นเมืองที่มีความสวยงามแบบดูไม่ต้องพยายาม สวยแบบพอดี ๆ บ้านเรือนตกแต่งพอน่ารักไม่ได้เน้นอลังการเข้าว่า คืออย่างปารีสนี่คือสวยแบบเวอร์วัง แต่ลอนดอนไม่ใช่แบบนั้น ผมว่าใกล้เคียงสุดคืออัมสเตอร์ดัม แต่ลอนดอนสวยกว่า ในขณะเดียวกันก็มีความขลังบางอย่างเนื่องจากเป็นเมืองใหญ่เก่าแก่มาเนิ่นนาน
  • เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ มีประชากรกว่า 10 ล้านคน สถานีรถไฟฟ้าก็มีความแออัดอยู่บ้าง (และเปิดฮีตเตอร์ร้อนมาก แบบต้องร้อนขนาดนี้ไหม) แต่เมืองโดยรวมก็มีความสะอาดสะอ้าน ไม่ได้ดูสกปรกและแออัดเหมือนปารีส
  • ด้วยความเป็นเมืองศูนย์กลางของทวีป แถมยังเป็นประเทศที่เคยเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่มาก จึงมีอะไรให้ทำมากมายในเมือง ทั้งสายศิลปะวัฒนธรรม สายประวัติศาสตร์​ สายกีฬา สายวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ผมว่าจริง ๆ อยู่ทั้งเดือนยังไม่รู้จะเที่ยวหมดไหม
  • เพื่อนผมที่อยู่อังกฤษมามักบอกว่าคนอังกฤษกลุ่มหนึ่งมีความเหยียดคนเอเชียบางอย่าง จริง ๆ ผมว่าคนเหยียดก็คงมีทุกประเทศ (แม้จะไม่เคยเจอที่สวีเดนเลย) แต่ในทริปนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าโดนเหยียดอะไร

ทิปเล็กทิปน้อย

  • ทริปนี้ผมไม่ได้วางแผนอะไรเท่าไหร่เลยครับ ซื้อหนังสือ”อังกฤษ เล่มเดียวเที่ยวได้จริง” ของสำนักพิมพ์ The Letter แล้วก็เปิด ๆ ดูลิสท์มาว่าอยากไปอะไรบ้างแล้วก็ไปตามนั้นเลย ทันก็ดีไม่ทันก็ skip อีกอย่างแต่ละวันเราก็ไม่ได้รีบกันเท่าไหร่ด้วย ก็เลยเป็นทริปที่ไม่ได้เก็บแลนด์มาร์คอะไรมากมายครับ
  • เนื่องจากไม่ได้วางแผนมาก แม้แต่การทำวีซ่าก็กระชั้นชิดมาก เลือกทำแบบเร่งด่วน เขาบอกประมาณ 5 วันทำการได้ ของผม 3 วันได้ครับ อีก 1 วันก็ส่งมาถึงที่ขอนแก่น
  • เวลาไปดูละครเวที แนะนำยอมจ่ายแพงเลือกที่นั่งดี ๆ ดีกว่า พวกผมจ่ายถูกบัตร 35 ปอนด์ ไม่เห็นอะไรเลย เวทีก็เห็นแค่ครึ่งเดียวเพราะที่นั่งข้างหน้าบัง หน้าคนแสดงก็ไม่เห็น
  • ผมซื้อ Oyster card จากที่สนามบินเลย สะดวกดีนะครับ ผมซื้อเป็นระบบที่จะมีเพดานไว้ ถ้าเราเสียค่าโดยสารถึงค่าหนึ่ง (เหมือนคุ้น ๆ ว่า 11 ปอนด์) วันนั้นก็จะไม่เสียอีกแล้ว เดินทางส่วนใหญ่ในเมืองใช้ได้หมด ยกเว้นถ้าไปนอกเมืองหรือเมืองอื่นก็ค่อยซื้อตั๋วรถไฟระหว่างเมือง
  • ตั๋วรถไฟทั้งภายในลอนดอนและระหว่างเมืองจะมีระบบช่วงเวลาเร่งด่วน (peak time) คือราคาในช่วงเวลาเร่งด่วน (เช้า ๆ ที่คนไปทำงานกับเย็น ๆ ที่คนเลิกงาน) จะสูงกว่าราคาอื่น ๆ เวลาซื้อต้องดูดี ๆ ครับ เราสามารถเลือกแบบ off-peak ได้ถ้าไม่ได้จะรีบไปไหน เริ่มที่ 9 โมงกว่า ๆ
  • ไป Oxford ควรรีบไปแต่เช้า เพราะหลาย ๆ วิทยาลัยปิดเร็วมาก ส่วน Bicester village outlet อันนี้ไว้ดักทัวร์จีน ของไม่ได้ถูกอะไรมากมาย ไม่ต้องไปก็ได้
  • การไปดูสโตนเฮนจ์ แนะนำว่าขับรถไปหรือไม่ก็ซื้อทัวร์ไปดีกว่าครับ ไปด้วย public transport นี่มีความไม่เวิร์ค
  • อย่างอื่นจำไม่ได้แล้วครับ

Continue Reading

Health Informatics

ทำไมเราจึงควรใช้ Clinical Terminology (เช่น SNOMED CT)

16 December 2019

SNOMED CT เป็นเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมหลายครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่เรียนกับอ.บุญชัย กิจสนาโยธินตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่รพ.รามาธิบดี ต่อมาตอนไปเรียนที่สวีเดนก็ได้เรียนอีก เป็นเรื่องที่เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าเข้าใจ ตอนนี้เนื่องด้วยหน้าที่การงานและความสนใจทำให้ผมกลับมาศึกษาเรื่องนี้อีกครั้งแบบจริงจังกว่าทุกครั้ง จนคิดว่าในแง่หลักการพื้นฐานนี่คิดว่าพอเข้าใจอยู่ จึงอยากถือโอกาสนี้มาถ่ายทอดต่อครับ โดยเน้นให้ clinician ที่แม้ไม่มีพื้นฐานทาง IT มากนักก็อาจจะเข้าใจได้

เนื่องจากเป็นเรื่องที่ซับซ้อนพอสมควร ประกอบกับผมอยากลองทำ video content ดูอยู่แล้ว เลยถือโอกาสอัพเป็นวิดีโอละกันครับ ส่วนใน blog นี้จะเป็นการถอดคำบรรยายของแต่ละสไลด์มา (แต่จริง ๆ มาฟังอีกรอบบางทีในวิดีโอผมก็พูดผิดคำ แบบความหมายผิดเล็ก ๆ คิดว่าจริง ๆ ใน blog นี้น่าจะสื่อได้ตรงกว่าเสียอีกครับ)

ดาวน์โหลด Presentation

ต่อไปเป็นการเขียนคำบรรยายแต่ละสไลด์ โดยคำบรรยายจะอยู่ด้านล่างของแต่ละสไลด์นะครับ

Continue Reading

Health Informatics

Clinical Decision Support (CDS) – the Next Big Thing ของวงการ Health IT

26 November 2019

ตั้งชื่อมีความ click-bait ถามว่าจะ Big ขนาดนั้นไหมนี่ก็ไม่ชัวร์นะครับ 😆

มีมิตรสหายหลายท่านจากวงการ tech ถามผมว่า อยากทำอะไรซักอย่างในวงการ healthcare แต่ไม่รู้จะทำอะไร มีคำแนะนำไหม ? พอเราพูดกันเรื่อง health innovation ส่วนใหญ่คนมักนึกถึง telemedicine ซึ่งจริง ๆ ผมเห็นด้วยนะครับ เรื่องนั้นยังไงก็มาแน่ ๆ อยู่ที่เทคโนโลยีมันจะดีพอที่จะเข้าสู่กระแสหลักตอนไหน

แต่ถ้าเรามามองฝั่ง enterprise IT ผมว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Hospital Information System (HIS) ในต่างประเทศจะมีความเป็น platform เหมือนคล้าย ๆ operating system ทุกวันนี้ (เช่น Windows) คือนักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพครั้งเดียวแล้วเผยแพร่ในทุก HIS ได้เลย ถามว่าจะพัฒนาอะไรดี ผมว่าตอนนี้ที่ยังมี gap ใหญ่ ๆ อยู่ก็เรื่องงานพัฒนาคุณภาพนี่แหละครับ ซึ่งการจะทำเรื่องนี้ ระบบ Clinical Decision Support (CDS) มีบทบาทสำคัญมากครับ ประกอบกับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ผมคิดว่า CDS เป็นระบบที่มีความต้องการอยู่เยอะในไทย แต่ถามว่าทำตอนนี้ดีไหมนี่ตอบยากครับ 😅

Continue Reading