พอดีผมกำลังจะไปศึกษาต่อด้าน Health Informatics ที่ Karolinska Institutet ประเทศสวีเดนในเดือนหน้าครับ การไปเรียนต่อครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก Swedish Institiute ในการให้ทุนการศึกษา จึงอยากมาเขียนแนะนำเผื่อใครต้องการไปเรียนต่อสวีเดนบ้างครับ
ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นข้อมูล ณ ปี 2015-2016 นะครับ อาจเปลี่ยนแปลงได้
Highlights
- คือทุนเรียนป.โทฟรี รัฐบาลสวีเดน จ่ายค่าเทอมให้ ให้ค่ากินอยู่อีกเดือนละ 37,000 บาท ค่าเดินทาง 60,000 บาท มีประกันสุขภาพให้
- ต้องมีประสบการณ์ทำงาน 2 ปี เอกสารการสมัครไม่เยอะ เขียนสั้นๆ ไม่กี่ย่อหน้า
- เปิดสมัครช่วงธ.ค. คนสมัครทั่วโลก 12,198 คน สุดท้ายแล้วคนไทยได้ปีนี้ 8 คน
Swedish Institute ให้ทุนทำไม
Swedish Institute เป็นหน่วยงานของรัฐบาลสวีเดน ตั้งขึ้นเพื่อโปรโมทประเทศสวีเดน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านต่างๆ การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนในประเทศต่างๆ ก็เป็นหนึ่งในวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น
รายละเอียดส่วนใหญ่สามารถดูได้ที่ Website ของทุน
เว็บไซต์: eng.si.se
ทุนให้อะไรบ้าง
สิ่งที่ผู้ได้รับทุนจะได้รับ มีดังต่อไปนี้นะครับ
- ค่าเรียนทั้งหมดฟรี ไม่ต้องทำอะไรเลย มหาวิทยาลัยไม่ส่ง invoice มาด้วยซ้ำครับ
- ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 9,000 SEK – ราว 38,000 บาท ต่อเดือนสำหรับกินอยู่
- ค่าเดินทาง จ่ายครั้งเดียว 15,000 SEK – ราว 62,000 บาท
- ประกันสุขภาพสำหรับการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุในสวีเดน รายละเอียดคือ ถ้า emergency ไม่มีลิมิต จ่ายหมด ทั้งหมดไม่เกิน 3 ล้าน SEK (12 ล้านบาท) ครอบคลุมการเจ็บป่วยในเขต Schengen ทั้งหมด
- ทั้งหมดนี้ให้เปล่าๆ เลย ไม่ต้องคืน ไม่ว่าจะในรูปทำงานหรือเงิน
เขาให้ทุนกับใคร
Ideal candidates are ambitious young professionals with outstanding academic qualifications, demonstrated leadership experience and a clear idea of how a study programme in Sweden would benefit their country.
Priority will be given to applicants choosing study programmes with an emphasis on gender equality, sustainable development, democracy, human rights or poverty reduction.
สรุปนะครับ ก็คือคนที่เขาคาดหวังว่าจะเป็น leader ใน area นั้นๆ ในประเทศนั้นๆ หรือคนที่เขาคิดว่าให้แล้วน่าจะช่วยพัฒนาประเทศนั้นๆ ได้ เน้นเป็นพิเศษคือกลุ่มคนที่ไปเรียนเรื่องดังกล่าวข้างต้นครับ (gender equality, sustainable development ฯลฯ)
- อย่างน้อยต้องมีประสบการณ์การทำงาน 2 ปี ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกจ้างก็ได้นะครับ อย่างผมตั้งบริษัทเองผมก็เขียนไปเลยว่าทำบริษัทตัวเอง เซ็นรับรองการทำงาน กับหนังสือ letter of recommendation ก็ให้ co-founder เซ็นให้ แต่อย่างน้อยคืองานที่ทำมาควรเกี่ยวข้องกับสาขาที่จะไปเรียน
- ตอนผมสมัครเห็นเขียนไว้เลยนะครับว่าเกรดไม่สำคัญ เกรดผมก็ 2 กว่าๆ แต่ผมหาไม่เจอแล้วแหะ กลายเป็น outstanding academic qualifications ซะงั้น สงสัยเปลี่ยนนโยบาย (แต่ลองสมัครดูได้ครับ)
เกณฑ์การสมัครทั้งหมดลองดูได้ที่ SISS – Eligibility criteria
ขอทุนไปเรียนอะไรได้บ้าง
ไปเรียนอะไรก็ได้ครับ ขอแค่เป็นป.โท ถ้าเขาให้เขาก็จะให้เอง ขั้นตอนมีดังนี้คือ
- สมัครขอทุนเขาก่อน ช่วงประมาณธ.ค. ของปี
- สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ universityadmissions.se ช่วงประมาณปลายๆ ปีเหมือนกัน แล้วแต่มหาวิทยาลัยนั้นๆ อันนี้เราต้องจ่ายค่าสมัครเอง 900 SEK (ราว 3,700 บาท)
- ประมาณก.พ. เขาจะประกาศรายชื่อคนที่ผ่าน step 1 ต้องสมัครต่อ step 2
- ประมาณปลายมี.ค. มหาวิทยาลัยก็จะประกาศคนที่เขารับ
- ประมาณกลางเม.ย. SI ก็จะประกาศรายชื่อคนที่ผ่าน step 2 ก็คือคนที่ได้ทุนนั่นเองครับ หลังจากนั้นก็จะมีเรื่องเอกสารอะไรนิดหน่อย แต่ไม่ยาก
เพราะฉะนั้น มีความเป็นไปได้ 3 กรณี
- ไม่ได้มหาวิทยาลัย –> ก็จะไม่ได้ทุนโดยอัตโนมัติ เพราะเขาจะให้เฉพาะคนที่มหาวิทยาลัยรับ
- ได้มหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ทุน SI –> แนะนำว่าตอนสมัครขอทุน SI ให้สมัครทุนอื่นๆ ไปด้วยเลยครับ อย่างน้อยๆ ก็ทุนของมหาวิทยาลัยนั้น อันนี้ผมไม่รู้ ไม่ได้สมัครทุนอื่นเลย โชคดีที่ได้ = = ถ้าไม่ได้ทุนก็ต้องดูว่าจะจ่ายเองหรือเปล่าครับ อย่างของผมถ้าจ่ายเองก็ราวๆ 1.3 ล้าน
- ได้มหาวิทยาลัย และได้ทุน SI –> ก็คือรอไปเรียนได้

หนังสือรับรองทุน

หนังสือรับรองของมหาวิทยาลัย
การแข่งขันสูงไหม
ผมไม่รู้ทุนอื่นแข่งขันสูงขนาดไหนนะครับ แต่ของ SISS ลองดูจากนี้ก็ได้ครับ Successful candidates for Swedish Institute Study Scholarships Step 1 และ Swedish Institute scholarship recipients 2016/2017 ก็จะได้ข้อมูลมา
ถ้าจะดูในลิงค์ก่อนอื่นต้องเข้าใจการแบ่ง Category ก่อนครับ SI จะแบ่งประเทศที่รับทุนออกเป็น 3 category ประเทศไทยเราอยู่ category 3
สรุปข้อมูลนะครับ
- คนสมัครขอทุนทั้งหมดจากทั่วโลก 12,198 คน ผ่านรอบแรกทั้งหมด 3,481 คน เป็นคนไทยทั้งสิ้น 39 คน
- จากคนที่ผ่านรอบแรกนั้น มีคนได้ทุนจริงๆ ใน 3 Category นี้ 427 คน เป็นคนไทยทั้งสิ้น 8 คน
- เพราะงั้น ถ้าสมัครโอกาสได้คือ 427/12,198 หรือ 1/28.5 ถ้าผ่านรอบแรกมาได้ โอกาสจะประมาณ 1/5
ผมแนะนำว่าใครสนใจสมัครลองโหลดรายชื่อคนที่ได้ทุนมานั่งดูครับ จะพอเห็นเทรนด์ว่าเขาชอบให้ทุนกับสาขาไหน ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาแปลกๆ นิดนะผมว่า ถ้าไม่แปลกก็ต้องเป็นประเทศที่ไม่ได้พัฒนามาก อย่างถ้าอยากไปเรียน MBA นี่ผมว่าโอกาสได้ต่ำมากๆ ยกเว้นโปรไฟล์จะมหาเทพ (แต่เทพขนาดนั้นคงไม่มาขอทุน)
UPDATE ต.ค. 59: ปีนี้ SI ลง target ลงเหลือผู้รับทุนประมาณ 250 คน ดังนั้นทุกอย่างอาจต้องหารสอง
สมัครยากไหม
ไม่ยากครับ บอกเลยว่าสมัครมหาวิทยาลัยยากกว่าเยอะ เขาแค่ให้เราเขียน essay สั้นๆ ไม่กี่ข้อ ไม่ต้องสอบ TOEFL ด้วยซ้ำ (ขอขายของหน่อย สนใจเรื่องเตรียมตัว TOEFL อ่านได้ที่: เตรียมสอบ TOEFL ให้ได้ 100 คะแนน // online tool ไหนเวิร์ค-ไม่เวิร์ค) ตัวอย่างคำถามผมไม่แน่ใจว่าเปิดเผยได้หรือเปล่า ขอไม่เปิดละกันครับ แต่ก็เป็นคำถามแนวๆ ทำไมเราถึงต้องให้ทุนคุณ อะไรพวกนี้แหละครับ จะ limit ไว้ว่าห้ามเกินกี่คำ ยาวสุดคือ 700 คำ
- Motivational Letter: ของผมก็เขียนเองครับ แล้วก็ไปขอให้เพื่อนที่เก่งภาษาอังกฤษช่วยตรวจทานให้ ผมว่าของผมมันเป็นสาขาใหม่ (Health Informatics) ทั้งประเทศมีอยู่ไม่กี่คน ก็เลยเขียนง่ายครับ
- Letter of Reference: อันนี้ผมก็เขียนเอง แหะๆ แล้วก็ส่งไปให้พี่ตั้ม (CEO & co-founder บริษัทผม) และอาจารย์สมัยผมทำงานที่รพ.รามาฯ ดูว่าเขียนประมาณนี้โอเคหรือเปล่า แก้จนอาจารย์ท่านโอเคท่านก็เซ็นต์ให้ครับ ถ้าสนใจสมัครบ้าง ก็อาจใช้หัวหน้างาน หรืออาจารย์สมัยเรียน ก็อาจจะได้ครับ
- Proof of work, CV พวกนี้ไม่ยาก
ลองดูขั้นตอนการสมัครทั้งหมดได้ที่: SISS – Application procedure and key dates
ได้ทุนแล้วมีข้อจำกัดอะไรไหม
- เขาจะให้ครั้งละ 1 ปีนะครับ แล้วจะ evaluate ใหม่ว่าสมควรได้ต่อไหม 555 โดยเราต้องผ่านเกณฑ์ 75% credit ในแต่ละเทอม
- ทำงานพิเศษได้ แต่ห้ามมีรายได้เสริมต่อเดือนเกิน 5,000 SEK (ราว 20,000 บาท) อาจอนุโลมได้ โดยไม่เกิน 50,000 SEK (ราว 200,000 บาท) ต่อปี อันนี้เป็นส่ิงที่เขาเขียนในสัญญานะครับ แต่คิดว่าน่าจะโอนเงินจากไทยมาได้
รวมคำแนะนำหากต้องการสมัคร
- ดูทุนอื่นๆ ไว้เสมอนะครับ เผื่อไม่ได้ อย่างทุนมหาวิทยาลัยนี่น่าสมัครไปด้วย
- ลองดูสาขาที่เขาให้ทุนปีที่แล้ว แล้วมาเปรียบเทียบกับสาขาที่เราอยากเรียนว่ามีโอกาสหรือเปล่า แต่ผมว่าสมัครไว้ไม่เสียหายครับ (เสียเงิน 3,700 บาท ค่า apply มหาวิทยาลัย แต่ถ้าได้มามันก็คุ้ม)
- ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าเกรดไม่ได้สำคัญ สำคัญที่เราทำอะไรมา และเราอยากจะทำอะไร ตรงนี้ต้องชัดนิดนึงครับ
- หากได้รับทุนแล้ว ให้รีบสมัคร Residence permit ในทันที อันนี้ขอขีดเส้นใต้แปดเส้น เพราะจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ ! ในขณะที่เพื่อนที่ได้ทุนเหมือนกันยื่นก่อนผมได้ไปแล้ว ไม่ต้องรอให้ status ในเว็บไซต์ universityadmission.se เปลี่ยนเป็น admitted ผมเองรออยู่เดือนนึง ไม่เห็นมันเปลี่ยนซักที ถึงรู้ว่าไม่ต้องรอ ขอส่ง link ไว้เลยครับ ใครสมัคร bookmark กันไว้เลยนะครับ How to apply
Update: สรุปว่าผม apply วันที่ 26 พ.ค. 59 ได้ permit วันที่ 19 ก.ค. 59 รวมระยะเวลา 55 วันนะครับ หลังจากนั้นเข้าไปพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป สองสัปดาห์ต่อมาก็จะได้ UT card สำหรับเข้าประเทศมาครับ
ก็หมดแล้วครับสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่เกี่ยวข้องกับการ apply ทุนนี้ หากสนใจอย่างไรลองดูได้ที่เว็บไซต์เขานะครับ หรือมีประเด็นไหนอยากถามเพิ่มเติมก็ถามผมได้ครับ 🙂


Leave a Reply