Travel

8 วัน เที่ยวลอนดอน (London) และรอบ ๆ สัมผัสอดีตจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่

19 December 2019

เมื่อช่วงวันที่ 29 ก.ย. ถึง 6 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวลอนดอนและรอบ ๆ มาครับ ตามไปสมทบปุ๊กที่อยู่ที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากผ่านมานานแล้ว ด้วยงานด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ไม่มีเวลามาเขียน blog สายท่องเที่ยวเลยครับ จริง ๆ ผมจำรายละเอียดปลีกย่อยในทริปไม่ค่อยได้แล้ว ดังนั้นคงเป็นเน้นบรรยายภาพมากกว่า ที่เหลือก็ใส่รายละเอียดเท่าที่นึกออก

ความคิดเห็นต่อทริปนี้โดยรวม

  • ส่วนตัวผมประทับใจมาก ๆ นะครับ ผมไปเมืองหลวงในยุโรปมาหลายประเทศ แต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ลอนดอนเป็นเมืองที่ผมประทับใจในระดับ Top 5
  • เป็นเมืองที่มีความสวยงามแบบดูไม่ต้องพยายาม สวยแบบพอดี ๆ บ้านเรือนตกแต่งพอน่ารักไม่ได้เน้นอลังการเข้าว่า คืออย่างปารีสนี่คือสวยแบบเวอร์วัง แต่ลอนดอนไม่ใช่แบบนั้น ผมว่าใกล้เคียงสุดคืออัมสเตอร์ดัม แต่ลอนดอนสวยกว่า ในขณะเดียวกันก็มีความขลังบางอย่างเนื่องจากเป็นเมืองใหญ่เก่าแก่มาเนิ่นนาน
  • เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ มีประชากรกว่า 10 ล้านคน สถานีรถไฟฟ้าก็มีความแออัดอยู่บ้าง (และเปิดฮีตเตอร์ร้อนมาก แบบต้องร้อนขนาดนี้ไหม) แต่เมืองโดยรวมก็มีความสะอาดสะอ้าน ไม่ได้ดูสกปรกและแออัดเหมือนปารีส
  • ด้วยความเป็นเมืองศูนย์กลางของทวีป แถมยังเป็นประเทศที่เคยเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่มาก จึงมีอะไรให้ทำมากมายในเมือง ทั้งสายศิลปะวัฒนธรรม สายประวัติศาสตร์​ สายกีฬา สายวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ผมว่าจริง ๆ อยู่ทั้งเดือนยังไม่รู้จะเที่ยวหมดไหม
  • เพื่อนผมที่อยู่อังกฤษมามักบอกว่าคนอังกฤษกลุ่มหนึ่งมีความเหยียดคนเอเชียบางอย่าง จริง ๆ ผมว่าคนเหยียดก็คงมีทุกประเทศ (แม้จะไม่เคยเจอที่สวีเดนเลย) แต่ในทริปนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าโดนเหยียดอะไร

ทิปเล็กทิปน้อย

  • ทริปนี้ผมไม่ได้วางแผนอะไรเท่าไหร่เลยครับ ซื้อหนังสือ”อังกฤษ เล่มเดียวเที่ยวได้จริง” ของสำนักพิมพ์ The Letter แล้วก็เปิด ๆ ดูลิสท์มาว่าอยากไปอะไรบ้างแล้วก็ไปตามนั้นเลย ทันก็ดีไม่ทันก็ skip อีกอย่างแต่ละวันเราก็ไม่ได้รีบกันเท่าไหร่ด้วย ก็เลยเป็นทริปที่ไม่ได้เก็บแลนด์มาร์คอะไรมากมายครับ
  • เนื่องจากไม่ได้วางแผนมาก แม้แต่การทำวีซ่าก็กระชั้นชิดมาก เลือกทำแบบเร่งด่วน เขาบอกประมาณ 5 วันทำการได้ ของผม 3 วันได้ครับ อีก 1 วันก็ส่งมาถึงที่ขอนแก่น
  • เวลาไปดูละครเวที แนะนำยอมจ่ายแพงเลือกที่นั่งดี ๆ ดีกว่า พวกผมจ่ายถูกบัตร 35 ปอนด์ ไม่เห็นอะไรเลย เวทีก็เห็นแค่ครึ่งเดียวเพราะที่นั่งข้างหน้าบัง หน้าคนแสดงก็ไม่เห็น
  • ผมซื้อ Oyster card จากที่สนามบินเลย สะดวกดีนะครับ ผมซื้อเป็นระบบที่จะมีเพดานไว้ ถ้าเราเสียค่าโดยสารถึงค่าหนึ่ง (เหมือนคุ้น ๆ ว่า 11 ปอนด์) วันนั้นก็จะไม่เสียอีกแล้ว เดินทางส่วนใหญ่ในเมืองใช้ได้หมด ยกเว้นถ้าไปนอกเมืองหรือเมืองอื่นก็ค่อยซื้อตั๋วรถไฟระหว่างเมือง
  • ตั๋วรถไฟทั้งภายในลอนดอนและระหว่างเมืองจะมีระบบช่วงเวลาเร่งด่วน (peak time) คือราคาในช่วงเวลาเร่งด่วน (เช้า ๆ ที่คนไปทำงานกับเย็น ๆ ที่คนเลิกงาน) จะสูงกว่าราคาอื่น ๆ เวลาซื้อต้องดูดี ๆ ครับ เราสามารถเลือกแบบ off-peak ได้ถ้าไม่ได้จะรีบไปไหน เริ่มที่ 9 โมงกว่า ๆ
  • ไป Oxford ควรรีบไปแต่เช้า เพราะหลาย ๆ วิทยาลัยปิดเร็วมาก ส่วน Bicester village outlet อันนี้ไว้ดักทัวร์จีน ของไม่ได้ถูกอะไรมากมาย ไม่ต้องไปก็ได้
  • การไปดูสโตนเฮนจ์ แนะนำว่าขับรถไปหรือไม่ก็ซื้อทัวร์ไปดีกว่าครับ ไปด้วย public transport นี่มีความไม่เวิร์ค
  • อย่างอื่นจำไม่ได้แล้วครับ

รีวิวที่พัก

ทริปนี้พักที่ The Cleveland Arms ครับ เป็นการเช่าอพาร์ทเมนท์ทั้งห้อง เป็นอพาร์ทเมนท์เก่า ๆ นิดมีความคลาสสิค มีห้องนั่งเล่นห้องนอนห้องน้ำ ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบเลยนะครับ แต่แพงไปนิด อยู่ใกล้สถานี Paddington ไปไหนมาไหนก็ง่ายอยู่ ข้อเสียคือไม่มีลิฟท์ ขนของลำบาก และไม่มีไมโครเวฟ ข้อเสียอีกอย่างคือไม่มีคนเฝ้า เวลาเช็คอินเช็คเอาท์ต้องไปที่สำนักงานของเขาซึ่งอยู่คนละฟากของเมืองเลย แถมวันเช็คเอาท์ยังต้องขนของไปฝากไว้ที่สำนักงานเขาด้วยถ้าเราไม่ได้ตรงไปสนามบินเลย

29 ก.ย. 62: ย่าน West End

ผมออกเดินทางจากประเทศไทยเวลาตี 1 กว่า ๆ มาถึงลอนดอน 7 โมงกว่า ๆ กว่าจะเข้าที่พักกว่าไปหาปุ๊กกว่าจะออกมาเที่ยวก็บ่ายแก่ ๆ แล้ว เลยไม่ได้เที่ยวอะไรมากครับ

สนามบินฮีทโธรว์ ใช้เวลาผ่านตม.ไม่นานก็ผ่านมาได้ครับ เดินเข้ามามีขายบัตร Oyster card ก็เลยซื้อมาพร้อมเติมเงินเล็กน้อย
สำนักงานของ City Relay ซึ่งเป็นเจ้าของอพาร์ทเมนท์ The Cleaveland Arms อยู่สถานี Earl’s Court ผมชอบสถานีรถไฟที่ลอนดอนมากเลย มีความคลาสสิคบางอย่าง
ภายในสถานี Earl’s Court บรรยากาศเหมือนในหนังฝรั่ง

Piccadilly Circus

หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย เราก็เริ่มต้นที่แรกกันที่ Piccadilly Circus ซึ่งเป็นวงเวียนเก่าแก่ที่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าหลายสาย มีความโดดเด่นด้วยป้ายโษณา LED จำนวนมากคล้าย Times square ที่นิวยอร์ก

ที่ Piccadilly Circus จะมีรูปปั้นของเทพแอนทีรอส (Anteros) ซึ่งเป็นน้องชายของคิวปิด
มีนักแสดงเปิดหมวด (busker) มากมายบริเวณนี้
Piccadilly Circus อีกมุมหนึ่ง เมืองเขาสวยดี
วาดรูปให้ดู
รถเมล์สีแดงสองชั้น สัญลักษณ์ของลอนดอน
ตู้โทรศัพท์สีแดง อันนี้เห็นที่เมืองอื่นด้วยอยู่ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ UK ละกันครับ น่าเสียดายตรงเขาน่าจะรักษาความสะอาดตู้ดี ๆ หน่อย

Leicester Square

ย่านนี้เต็มไปด้วยโรงละคร (theater) และก็มีสวนเล็ก ๆ ให้คนพักผ่อนหย่อนใจ

นักแสดงเปิดหมวกอีกท่าน สนใจไป follow ได้ครับ
รูปปั้นของวิลเลียม เชกสเปียร์
นาฬิกาอันนี้ก็แลนด์มาร์คอีกอันของ Leicester square เหมือนถ้าเวลาครบชั่วโมงจะเล่นเพลงด้วย (ไม่ได้ฟังเหมือนกันครับ)

China Town

ย่านนี้ของกินเยอะ จริง ๆ ผมว่าความเป็น China town นี่มันแผ่ขยายออกไปนอกเขต China town แล้วนะครับ มีร้านเอเชีย ๆ เยอะเลยในย่านนี้ อาหารเอเชียอร่อย ราคาไม่แพง และมีความคิดสร้างสรรค์ ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยวชอบกินกัน อีกอย่างคนเอเชียในลอนดอนก็เยอะด้วยแหละครับ ร้านชานมไข่มุกนี่คนแน่นร้าน

ประตูทางเข้า China town
บรรยากาศภายใน China town
ร้านเป็ดย่างชื่อดัง Four Seasons จริง ๆ เขามีหลายสาขานะครับ แต่ไม่ได้ลองเหมือนกันครับ
ระหว่างทางเดินไป Covent Garden มีซุ้มประดับไฟให้ถ่ายรูปเล่นได้

Covent Garden

เป็นตลาดเก่าแก่ มีการแสดงเปิดหมวดรอบ ๆ เยอะ เป็นแหล่งช้อปปิ้งมีร้านแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย ย่านนี้มี Apple store ด้วยครับ (อีกที่คือที่ Oxford street)

คนนี้แต่งเป็นคนโดนลมพัดปลิว เก๋ดีครับ
โครงสร้างอาคารเดิมของ Covent Garden
ภายในเป็นร้านต่าง ๆ
เหมือนเดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนชื่อเป็น Apple Market แล้ว เน้นขายของพวกงานศิลปะ

ก็หมดแล้วครับสำหรับวันแรก กลับโรงแรมพักผ่อนครับ

30 ก.ย. 62: Natural History Museum, Tower Bridge

วันนี้เริ่มวันที่ Natural History Museum ครับ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ค่อนข้างใหญ่ กว่าจะเดินครบก็นานอยู่ เสร็จแล้วก็ไปเดินเลาะแม่น้ำเทมส์ไปยัง Tower Bridge ต่อครับ

Natural History Museum

เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น กระดูกของสัตว์ต่าง ๆ, กระดูกไดโนเสาร์, หินแร่ต่าง ๆ เป็นต้น

ทางเข้าสวยงาม นึกถึงหนัง Night at the museum
เมื่อเข้ามา สิ่งแรกที่เราได้จะได้พบคือกระดูกปลาวาฬสีน้ำเงินยักษ์ที่ห้องโถงใหญ่
กระดูกปลาวาฬจากอีกมุมหนึ่งครับ
หนึ่งในนิทรรศการชั่วคราวที่จัดแสดงอยู่ก็คือดวงจันทร์ไซส์บิ๊กอันนี้แหละครับ ก็ไปนั่งพักผ่อนชมจันทร์ไป
มีกระดูกไดโนเสาร์มากมายในพิพิธภัณฑ์นี้
ทางไปอาคาร The Darwin Centre เป็นอาคารที่รวบรวมสัตว์ดองในโหล (ไม่รู้เรียกอะไร) เยอะมากครับ แต่ไม่ได้ให้เข้าไปดูใกล้ ๆ (อาจดูได้แต่คงต้องขออนุญาตบางอย่าง)
ลำต้น giant sequoia อายุกว่า 1,300 ปี

Royal Albert Hall

อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันกับ Natural History Museum (จริง ๆ มีหลายพิพิธภัณฑ์เหมือนกันครับในบริเวณนี้) เป็นอาคารแสดงดนตรีชื่อดัง ผมไม่ได้เข้าไปเหมือนกันครับ

สวยดีครับมองจากข้างนอก
ด้านตรงข้ามอาคารเป็นอนุสาวรีย์เจ้าชายอัลเบิร์ต (Albert Memorial)

จากนั้นผมก็เดินทางต่อไป Tower Bridge ระหว่างทางพบเห็นอาคารต่าง ๆ มากมาย (แต่ไม่ได้เข้าไปนะครับ)

HMS Belfast

เป็นเรือรบเก่าแก่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งปลดประจำการแล้ว จึงได้นำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชม

London City Hall

ก็คือศาลากลางเมืองเหมือนเมืองอื่น ๆ ครับ เป็นอาคารรูปทรงไข่ที่ด้านขวาของภาพ สวยดีครับ
ชิลมากนะครับ เดินเล่นแถวนี้ วิวดี อากาศดี

Tower of London

มองไปยังฝั่งตรงข้ามจะเห็น Tower of London อาคารเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 แล้วครับ เคยเป็นทั้งวัง เป็นป้อมปราการ เป็นสวนสัตว์ ฯลฯ

Tower Bridge

แลนด์มาร์คสำคัญของลอนดอนอย่างหนึ่งก็คือ Tower Bridge นี่แหละครับ เป็นสะพานยกได้แห่งแรกของโลก
มองไปข้าง ๆ Tower of London เห็นตึกมากมาย ตึกรูปไข่ชื่อ The Gherki
ข้าม Tower Bridge มาถ่ายจากอีกด้าน สวยดีนะครับ

Burger & Lobster

ปิดท้ายด้วยการไปกินกุ้งที่ Burger and Lobster ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งของเมือง (มีหลายสาขานะครับ)

ไฟร้านมีความฮ่องกง ถ่ายรูปสวยดีครับ (แบบก็สวยนะครับ แหม่)
กุ้งเผา ก็อร่อยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากมายกับกุ้งเผาบ้านเรา แต่ผมว่าแซนด์วิชกุ้งเขาอร่อยดี
เบอร์เกอร์เนื้อ ไฮไลท์อีกอย่างของเขา อันนี้ก็เฉย ๆ อีกแหละครับ

1 ต.ค. 62: Buckingham Palace, St James’s Park, Westminster, Oxford Street, British Museum

วันนี้กว่าจะออกจากที่พักกันก็สายพอสมควรแล้ว เลยตรงไปดูการเปลี่ยนการ์ดที่พระราชวังบักกิงแฮมเลยครับ เขามีเปลี่ยนการ์ดทุกวันตอน 11 โมง (ถ้าสภาพอากาศเป็นใจ) ถ้าอยากเห็นการ์ดชัด ๆ ควรเข้าไปอยู่แถวกลาง ๆ และมาแต่เนิ่น ๆ หน่อย แม้ว่าตอนจบการ์ดจะเดินไปรอบ ๆ วงเวียนอยู่ แต่มันก็นานกว่าจะถึงตอนจบ

Buckingham Palace

พระราชวังจะอยู่ตรงข้ามกับ Queen Victoria Memorial
เท่าที่ผมดูมาหลายประเทศ การเปลี่ยนการ์ดที่บักกิ้งแฮมนี่แหละครับอลังการและคลาสสิคสุดแล้ว
ช่วงที่เขาเดินรอบ ๆ วงเวียน ก็จะเห็นได้จากใกล้ ๆ อยู่ แต่ว่าเดินแค่แป๊ปเดียว
พระราชวังจะเปิดให้เข้าชมด้วยในฤดูร้อน เหมือนว่าช่วงอื่นควีนอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ

St James’s Park

ถัดมาจากพระราชวังจะมีสวนสาธารณะหลายแห่ง เราเลือกเดินมาทาง St James’s Park เพื่อเดินไปย่าน Westminster

บรรยากาศดีมาก เป็นสวนสาธารณะไซส์ใหญ่กำลังดี เดินรอบได้ง่าย ๆ (ของ Hyde park นั่นใช้พลังเยอะพอควรกว่าจะรอบ)
ชอบดูเป็ดเป็นการส่วนตัว เห็นเป็ดเมื่อไหร่ต้องถ่าย
ไม่รู้ตัวอะไรเหมือนกันครับ สัตว์ตระกูลกระรอกมั้ง มากินอาหารที่นักท่องเที่ยวแถวนั้นเอาให้ น่ารักดีครับ
สะพานข้ามแม่น้ำตรงกลาง มองไปเห็นชิงช้าสวรรค์ London Eye

Big Ben (ที่ปิดซ่อม)

เดินมาไม่ไกลก็จะถึงย่าน Westminster เราก็เลยเดินมาดูหอนาฬิกา Big Ben กัน ช่วงนี้ปิดซ่อมอยู่ เห็นว่าจะเสร็จปี 2021 ใกล้ ๆ ก็จะเป็นอาคารรัฐสภาอังกฤษ อยากไปทัวร์เหมือนกันนะครับแต่ไม่มีรอบ อดเลย

Big Ben และอาคารรัฐสภา

London Eye

อดีตชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก ผมว่าถ้าขึ้นไปแล้วมองเห็นวิวแม่น้ำเทมส์กับ Big Ben แบบยังไม่ปิดซ่อมก็คงสวยดี อันนี้ผมไม่ได้ขึ้นไปเหมือนกันครับ

Westminster Abbey

เป็นมหาวิหารที่ใช้ประกอบพิธีสำคัญของทางอังกฤษเขา ไม่ได้เข้าไปเหมือนกันครับ

ดูจากภายนอกก็สวยงามดีครับ
มหาวิหารจากอีกมุมหนึ่ง

Oxford Street

เดินทางไปต่อที่ถนนช็อปปิ้ง Oxford street

บรรยากาศโดยรอบ Oxford street
กินข้าวที่ร้าน Angus Steakhouse ร้านแฟรนไชส์สเต๊กที่เห็นหลายที่อยู่ในลอนดอน
บรรยากาศโดยรอบ Oxford street
ตึกรามบ้านช่องในลอนดอนมีแบบนี้ให้เห็นบ่อย ๆ ครับ ชอบมีดอกไม้ประดับ สวยดีครับ

British Museum

เนื่องจากอังกฤษเคยเป็นเจ้าอาณานิคมที่แผ่ขยายไปทั่วโลก เลยไปได้ทรัพย์สมบัติของประเทศต่าง ๆ มา ก็มาเก็บรวบรวมไว้ที่นี่แหละครับ

เข้ามาจะเจอโถงกลาง ออกแบบได้สวยดีครับ
ไฮไลท์หนึ่งของที่นี่ก็คือมัมมี่และวัตถุโบราณต่าง ๆ จากอียิปต์และละแวกใกล้เคียง
ห้องนี้มีหนังสือเยอะเลย ให้ดูแต่ไม่ให้จับ คงเป็นหนังสือสำคัญยุคก่อน ๆ
หิน Rosetta Stone เอาไว้แปลภาษาโบราณหลาย ๆ ภาษา
โซนของโบราณ สวยดีครับ จริง ๆ ที่นี่ใหญ่มากและมีของน่าสนใจเยอะนะครับ ลงเยอะเดี๋ยวกินที่ blog มากไป

Trafalgar Square

เป็นจุดนัดพบสำคัญของเมือง บริเวณรอบ ๆ นี้มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง เช่น The National Gallery, National Portrait Gallery
มีสิงโต 4 ตัวนั่งอยู่รอบ ๆ ประเทศนี้ดูเขาชอบสิงโต

2 ต.ค. 62: St. Paul’s Cathedral, Tate Modern, Phantom of the Opera

วันนี้กลับมาบริเวณริมแม่น้ำเทมส์อีกครั้ง

St. Paul’s Cathedral

มหาวิหารสำคัญอีกแห่งของเมือง สร้างมาตั้งแต่ยุคกลาง ใช้จัดพิธีสำคัญ ๆ มาหลายครั้ง
บริเวณทางเข้าด้านหน้า
บริเวณใต้โดม ข้างในถ่ายรูปได้นะครับเขาอนุญาตอยู่
โดยรวมในแง่ความอลังการของโบสถ์อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่ถามว่าสวยไหมก็สวยแหละครับ สำคัญคือเรื่องราวประวัติความเป็นมามากกว่าที่ทำให้มหาวิหารนี้สำคัญ

Millennium Bridge

จาก St. Paul’s Cathedral จะมีสะพานชื่อ Millenium Bridge เพื่อข้ามไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ Tate Modern เป็นสะพานที่มีฉากในภาพยนตร์​ Harry Potter and the Half-Blood Prince หลาย ๆ ท่านเลยเรียกสะพานนี้ว่าสะพานแฮรี่

ตอนกลางคืนมีประดับไฟสวยงามด้วยนะครับ
บน Tate Modern จะมีจุดชมวิวให้มองเห็นไปยังสะพานและมหาวิหารได้

Tate Modern

พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ มีผลงานชิ้นดัง ๆ ที่อยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะเยอะแยะเลยครับ ส่วนตัวผมเป็นคนชอบ Modern art อยู่แล้ว เลยใช้เวลาดูค่อนข้างเยอะ ดูยังไม่หมดเลยปิดแล้ว 55

Sol LeWitt Upside Down – Structure with Three Towers, Expanded 23 Times, Split in Three – Haegue Yang
Fountain – Marcel Duchamp
Babel – Cildo Meireles
IKB 79 – Yves Klein
Little Dancer Aged Fourteen – Edgar Degas

The Phantom of the Opera

มาลอนดอนก็ต้องไม่พลาดการมาชมละครเวที ผมเลือกชม The Phantom of the Opera ส่วนปุ๊กดูไปหลายเรื่อง แล้ว ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะครับ นักแสดงพลังเสียงอลังการมาก เรื่องแสงสีเสียงก็ดีเลย เพิ่งรู้ว่าเพลงที่ได้ยินบ่อย ๆ ตามงานโรงเรียนที่วงโยธวาทิตชอบเล่นคือเพลงของเรื่องนี้ 55

โรงละครสวยดีอยู่ แต่เมื่อยเวลานั่ง และบัตรถูกนี่แม้แต่เวทีก็มองไม่เห็นนะครับ

3 ต.ค. 62: เคมบริดจ์ (Cambridge)

อยู่ลอนดอนมา 4 วัน เปลี่ยนบรรยากาศไปเมืองอื่นบ้างครับ เคมบริดจ์เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาครับก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 แล้ว สมัยนั้นเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดมีปัญหากับชาวเมือง ก็เลยรวมตัวกันย้ายเมืองมาอยู่ที่นี่ เที่ยวเมืองนี้เสร็จเลยอยากดู The Theory of Everything ขึ้นมาเลย

King’s Cross Station

เป็นสถานีที่ต้องมาขึ้นเพื่อไปเคมบริดจ์
มีจุดถ่ายรูป Platform 9 3/4 ให้แฟน ๆ Harry Potter มาถ่ายรูปด้วยครับ ชานชลานี้ไม่ได้อยู่ในสถานีนะครับ อยู่ข้างนอกแถว ๆ ร้านขายของที่ระลึกของเขา

Market Square

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.ก็ไปถึงเคมบริดจ์ครับ สถานีรถไฟห่างจากตัวเมือง 1.5 กม. เราเลยขึ้นรถเมล์เข้าเมืองครับ โดยลงที่จัตุรัสกลางเมือง

บรรยากาศภายในเมืองเคมบริดจ์
บริเวณ market square จะมีโบสถ์ชื่อ Great St Mary’s Church

King’s College

เป็นวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง ผมว่าสวยที่สุดด้วย แต่ถ้าให้สวยต้องถ่ายมาจากมุมสูงเห็น King’s College Chapel กับสนามหญ้าเขียว ๆ ด้านหน้า ผมเดาว่าน่าจะถ่ายมาจากด้านบนของ Great St Mary’s Church มั้งครับ ไม่ได้ขึ้นไปเหมือนกัน

สนามหญ้าด้านหน้า เห็นด้านข้างของ King’s College Chapel
อีกด้านหนึ่งของสนามหญ้า เห็นแบบนี้ไม่ค่อยสวย จริง ๆ สวยมากครับ
ภายใน King’s College Chapel
กระจกสีสวยดีครับ
ภายใน King’s College Chapel
จากนั้นเดินทะลุมาอีกด้านเพื่อไปยังแม่น้ำแคม

ล่องเรือ Punting

เป็นกิจกรรมหลักของคนที่มาเที่ยวเคมบริดจ์ครับ ล่องเรือชมวิทยาลัยต่าง ๆ ตามแนวแม่น้ำแคม จำราคาไม่ได้แล้ว แถว ๆ 20 ปอนด์นี่แหละครับ

บรรยากาศการล่องเรือ เหมือนนักศึกษาบางคนจะทำอาชีพเสริมด้วยการภายเรือ
บรรยากาศการล่องเรือ
Bridge of sighs หรือสะพานถอนหายใจ เลียนแบบที่เวนิส อันนั้นคือนักโทษถูกตัดสินเดินข้าม อันนี้คือเด็กที่สอบเสร็จเดิน
จำชื่อสะพานไม่ได้ครับ แต่สวยดี ระหว่างทางจะผ่านวิทยาลัยต่าง ๆ มากมาย คนพายก็บรรยายไปด้วย
บรรยากาศการล่องเรือ
เดินเล่นในเมือง ผ่าน King’s College อีกรอบครับ
นาฬิกา The Corpus Clock ไม่รู้สำคัญยังไงเหมือนกันครับ พอดีเดินผ่าน

วันนี้ก็ชิล ๆ ไม่ได้ไปไหนมากครับ จากนั้นเราก็เดินทางกลับลอนดอน

4 ต.ค. 62: อ๊อกซฟอร์ด (Oxford)

อ๊อกซฟอร์ดเป็นเมืองการศึกษาซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดยนักวิชาการที่ย้ายมาจากปารีส มหาวิทยาลัยได้ผลิตบุคคลที่มีชื่อเสียงขึ้นมามากมาย ในหลวงร.6 เองก็ทรงสำเร็จการศึกษาจากที่นี่ ใช้เวลาเดินทางจากลอนดอนแค่ 1 ชม.ทางรถไฟ เมื่อไปถึงแล้วก็เดินเข้าเมืองได้เลยไม่ต้องต่อรถ

Oxford Castle

เป็นปราสาทเก่าแก่ของเมือง เคยใช้เป็นคุกอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง

บรรยากาศภายนอก
ผมว่าเขาทำให้การทัวร์ปราสาทเป็นเรื่องสนุกดีครับ ไกด์มีแต่งตัวมีสวมบทบาท ถ้าให้ทัวร์เองคงไม่รู้รายละเอียดขนาดนี้
เขาเล่าถึงประวัติของปราสาทรวมถึงนักโทษคนสำคัญ ๆ อย่างคนนี้เป็น elite แล้วไปฆ่าพ่อตัวเอง เข้าคุกมาแล้วก็ยังใช้ชีวิตอย่าง elite อยู่จนประหาร
โลกเราสมัยก่อนโหดนะครับ เด็กอายุน้อย ๆ ก็ติดคุกได้
ใกล้ ๆ ปราสาทจะมีเนินให้ขึ้นไปชมวิวเมือง ไม่สวยเท่าไหร่ ไม่ต้องขึ้นก็ได้

Oxford City

เดินชมบรรยากาศเมือง โดยรวมผมว่าอ๊อกซฟอร์ดเป็นเมืองที่สวยเมืองนึงครับ เป็นบรรยากาศคนละแบบกับลอนดอน เหมือนมีความคลาสสิคบางอย่าง

บรรยากาศภายในตัวเมือง
Carfax tower ไม่ทราบประวัติความเป็นมาเหมือนกันครับ แต่กลายเป็นจุดนัดพบสำคัญเพราะตั้งอยู่กลางเมืองดี
บรรยากาศภายในเมือง

Balliol College

กิจกรรมเมื่อมาอ๊อกซฟอร์ดก็คือการทัวร์วิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งล้วนออกแบบกันมาได้สวยงาม elite มาก ๆ เริ่มจากที่แบเลียลคอลเลจนี้ จริง ๆ สมัยอยู่สวีเดนผมว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่นั่นก็สวยมากแล้วนะครับ มาเจออันนี้เข้าไปนี่คนละเรื่องเลย ปัญหาคือดูด้วยตาสวย แต่ถ่ายรูปมาไม่ค่อยมีมุมที่ถ่ายรูปขึ้นเท่าไหร่

บรรยากาศภายในวิทยาลัย
ห้องอาหาร เหมือนกำลังจะมีงานเลี้ยงซักอย่าง
โบสถ์เล็ก ๆ ภายในน้ัน

Bodleian Library

ห้องสมุดขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเพื่อเก็บต้นฉบับของหนังสือทุกเล่มที่ตีพิมพ์ในอังกฤษ (ไม่รู้สมัยนี้ยังเพิ่มหนังสือเข้าไปอยู่ไหม) เปิดทัวร์เป็นรอบ ๆ เลยไม่ได้เข้าไปครับ

Radcliffe Camera

เป็นส่วนต่อขยายของห้องสมุด Bodleian ว่าจะเดินเข้าไปแต่เขาเขียนป้ายว่าพื้นที่ส่วนบุคคลไม่ให้เข้า ก็เลยไม่ได้เข้าครับ

Christ Church College

จริง ๆ ระหว่างทางก็ผ่านวิทยาลัยอื่น ๆ อีกบ้างอยู่ แต่ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ครับ นี่ตั้งใจไปดูห้องที่ใช้ถ่ายทำห้องอาหารของแฮรี่ พอตเตอร์ ปรากฏว่าไปไม่ทัน เขาปิดก่อน ปิดเร็วมาก

บรรยากาศเด็กเล่นรักบี้แถวนั้น มีความ UK มาก
อาคารของ Christ Church college สวยมากครับ จริง ๆ ก็สวยแบบนี้ทุกวิทยาลัย

หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปที่ Bicester village outlet ที่ห่างออกไปประมาณ 15 นาทีทางรถไฟ ไม่มีอะไรเลยครับ ไม่ต้องไปก็ได้ เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับ

5 ต.ค. 62: Salisbury & Stonehenge

จริง ๆ เส้นทางนี้เราแพลนจะเช่ารถขับจากลอนดอนแวะ Stonehenge แล้วก็ต่อไป Bath ปรากฏว่าผมลืมเอาใบขับขี่มาจากไทย ก็เลยได้ใช้ขนส่งสาธารณะ ใช้เวลาเดินทางนานเหมือนกัน ราว 1 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึง Salisbury จากนั้นทัวร์ที่ไป Stonehenge จะมีเป็นรอบ ๆ ซึ่งไม่ได้ไปถี่ ขากลับก็เช่นกัน พลาดคันนึงก็รอนานไปเลย สรุปถ้าจะเดินทางด้วย public transport นี่ต้องเผื่อเวลาเยอะ ๆ เลยครับ ไม่งั้นก็ซื้อทัวร์จากลอนดอนไปเลยดีกว่า

สถานี Salisbury เป็นสถานีแรกที่สัมผัสได้ถึงความเป็นเมืองเล็ก ๆ
เดินเล่นรอบเมืองก็เมืองเล็ก ๆ จริง ๆ
แต่ผมชอบนะเมืองเล็ก ๆ ชิล ๆ อยากมาค้างซักคืน

Stonehenge

เป็นกองหินที่คนก็งงว่ามาตั้งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เพราะเขาวิเคราะห์ดูแล้ว เนื้อหินน่าจะมาจากเวลส์ที่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าลำเลียงมาทางเรือ สร้างขึ้นเพื่อประกอบพิธีบางอย่างเพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตเมืองในสมัยโบราณ จริง ๆ กองหินนี้ไม่ใช่กองหินเดียวในแถบนี้ มีกองหินอื่น ๆ อีกเยอะเลย แต่กองนี้ใหญ่สุด สมัยค้นพบใหม่ ๆ ให้คนไปจับเล่นด้วย เดี๋ยวนี้ล้อมรั้วไว้

Stonehenge มองจากไกล ๆ
เห็นแบบนี้นี่วันนั้นฝนตกหนักมาก หนาว เปียกไปหมด ไม่ได้เดินดูรอบ ๆ เลยครับ
ถ้าฝนไม่ตกขนาดนี้ก็อยากยืนชื่นชมหินให้นานกว่านี้หน่อยอยู่ครับ

เดินกลับมาไม่ทันรถรอบที่ตั้งใจไว้ เลยได้รออีกเป็นชั่วโมง คิดว่าไป Bath คงไม่ทันแล้ว ก็เลยกลับลอนดอนกันเลยครับ

6 ต.ค. 62: Hyde Park และเดินทางกลับ

วันนี้ก็เป็นการเดินทางกลับครับ กว่าจะขนของออกจากที่พักไปไว้ที่ออฟฟิซของ City Relay ก็นานพอสมควรอยู่ ตอนบ่าย ๆ ก็เดินเล่นที่ Hyde Park แล้วก็กลับครับ

ผมชอบสวนนี้มาก ๆ นะครับ ใหญ่ อลังการ และสวย อย่างที่สวีเดนนี่ Djurgårdens ก็ใหญ่และอลังการ แต่ความสวยอาจจะเป็นรองอยู่นิด
หงส์ ห่าน เป็ด อะไรบ้างไม่รู้เยอะแยะเลย และเข้ามาใกล้ ๆ เราด้วย ชอบมากครับ
มีบึงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง บรรยากาศชิล ๆ
คนก็มาปิคนิกมาออกกำลังกัน
บรรยากาศภายในสวน ช่วงนั้นใบไม้กำลังเริ่มเปลี่ยนสี ยังไม่เปลี่ยนดี
อันนี้เหมือนเป็นอนุสรณ์สถานให้เจ้าหญิงไดอาน่า จริง ๆ มีอนุสรณ์สถานเยอะนะครับในนี้
เดินมาจนสุดทางก็จะพบกับ Italian garden สวนสไตล์อิตาเลี่ยน แต่ต้นไม้เป็นเหี่ยว ๆ ยังไงไม่รู้

หลังจากนั้นเราก็เดินทางสู่สนามบินด้วย Uber หมดไปหลายพันบาทอยู่ จำไม่ได้ และก็เดินทางกลับไทยตอนกลางคืนครับ มาถึงไทยราวบ่ายสาม


ก็จบลงแล้วครับสำหรับทริปลอนดอนและรอบ ๆ นี้ ส่วนตัวแล้วลอนดอนเป็นเมืองที่ผมชอบอันดับต้น ๆ ของยุโรปเลยนะครับ ถ้าให้เรียงน่าจะเป็นรองแค่สตอกโฮล์ม จริง ๆ ก็พูดยาก ไม่ใช่ว่าสตอกโฮล์มดีกว่าอะไรหรอก แต่อยู่ที่นั่นมานานมันก็มีความผูกพันบางอย่างที่เมืองอื่น ๆ ทดแทนไม่ได้น่ะครับ อย่างไรก็ดี ผมก็หวังว่าจะมีโอกาสกลับมาที่ลอนดอนอีก รู้สึกยังมีอีกหลายแห่งเลยที่ยังไม่ได้ไป อยากเจอ Big Ben ตอนสภาพสมบูรณ์ด้วยครับ รวมถึงเมืองอื่น ๆ ใน UK อีกครับ เป็นไม่กี่ประเทศที่ผมรู้สึกว่าต้องกลับมาเยือนอีกครั้งแน่นอนครับ 🙂

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply