Travel

เที่ยวโคเปนเฮเกน (Copenhagen) เมืองสุดคูลแห่งสแกนดิเนเวีย

31 August 2018

ทริปนี้เป็นหนึ่งในซีรีย์ 17 วันเที่ยวยุโรป 5 ประเทศ เป็นการเดินทางหลังเรียนจบ Health Informatics จากสวีเดนของผมเองครับ โดยทริปนี้เป็นทริปต่อจากอัมสเตอร์ดัม ผมเดินทางมาถึงโคเปนเฮเกนค่ำวันที่ 17 ส.ค. 61 และอยู่ถึงวันที่ 20 ส.ค. จึงเดินทางต่อไปยังออสโลครับ

ความคิดเห็นต่อโคเปนเฮเกนโดยรวม

  • โคเปนเฮเกนเป็นเมืองที่คล้ายสต็อกโฮล์มมาก ความเจริญสูสีกัน สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็คล้ายกันมาก แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรที่ผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ครับ จริง ๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าสต็อกโฮล์มมีอะไรน่าสนใจมากกว่าเสียอีก
  • ที่มีรู้สึกว่าเจ๋งดีก็คือสวนสนุก Tivoli ครับ อันนี้ดีกว่า Gröna Lund ของสต็อกโฮล์ม (แม้จะเจ้าของเดียวกัน) อีกอย่างที่ชอบก็คือ Free town Christiania ครับ เป็นการทดลองทางสังคมที่น่าสนใจดี
  • อย่างไรก็ดี ทริปนี้ผมพลาดตรงไม่ได้วางแผนดี ๆ ไม่ได้ดูว่าเป็นวันจันทร์ซึ่งเป็นวันหยุดของพิพิธภัณฑ์ที่นั่น ทำให้อดไปหลาย ๆ พิพิธภัณฑ์ที่สนใจ เช่น Design museum และ Louisiana
  • เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงกว่าสต็อกโฮล์มนะครับ

.

ทิปเล็กทิปน้อย

  • ระวังวันจันทร์ให้ดี ปิดแทบทั้งเมือง แม้ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ก็ปิด เช็คดูดี ๆ ครับว่าไปไหนได้บ้างถ้าโดนวันจันทร์
  • ถ้ามาเที่ยวสั้น ๆ และอยากเน้นเก็บสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ แนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อ Copenhagen Card นะครับ ครอบคลุมการเดินทางทั้งหมด และสถานที่สำคัญ ๆ อยู่ครบ รวมไปถึงสนามบินด้วย (ปกติการ์ดพวกนี้มักไม่ครอบคลุมการเดินทางไปสนามบิน)
  • โคเปนเฮเกนมีพระราชวังหลัก ๆ 3 แห่ง ถ้าให้เรียงตามความอลังการ ผมว่า Christiansborg อลังการสุด ตามมาด้วย Rosenborg และ Amalienborg อลังการน้อยสุด แต่คนนิยมไปมากที่สุดเพราะอยู่ตรงศูนย์กลางและมีการเปลี่ยนเวรยามให้ดู

.

17 ส.ค. 61: มาถึงโคเปนเฮเกน

ผมมาถึงโคเปนเฮเกนช่วงค่ำ ๆ ก็แวะเอา Copenhagen Card ที่ซื้อออนไลน์ไว้ที่สนามบินได้เลย จากนั้นก็ใช้การ์ดนั้นในการเข้าเมืองครับ (การ์ดนับเป็นชม.) แต่ถ้าใครอยากประหยัดก็ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปก่อนได้ครับ สนามบินโคเปนเฮเกนนี้ดีตรงไม่ได้ไกลจากในเมืองมาก แป๊ปเดียวก็ถึง ทริปนี้ผมหายดีแล้วเลยพักที่ Urban House Copenhagen ครับ ราคาคืนละ 2,200 บาท (นี่ราคาโฮสเทลนะครับ)

โฮสเทลนี้ทำเลดีมาก ๆ ครับ ตั้งอยู่ติดกับ Central station เลย เดินมาไม่กี่นาที สะดวกดีครับ เป็นโฮสเทลที่ใหญ่มาก ๆ เดินไกลเลยกว่าจะถึงห้อง ห้องเป็นห้อง 8 เตียง และมีห้องน้ำรวมในห้องเลย ไม่มีห้องน้ำนอกห้อง อันนี้เป็นข้อเสียเพราะบางครั้งทำให้เราต้องรอใช้ห้องน้ำนาน เรื่องอาหารเช้าก็ราคารับได้ครับ แต่ขนมปังที่ Generator Paris คุณภาพดีกว่า และบรรยากาศโฮสเทลมีความแออัดเล็ก ๆ แต่โดยรวมก็โอเคกับคุณภาพและราคาครับ

พักผ่อนหนึ่งคืน วันต่อมาผมก็เริ่มการเดินทาง

.

18 ส.ค. 61: Little Mermaid / Amalienborg / Rundetaarn / Rosenborg

Little Mermaid

Little Mermaid เป็นนิยายของคุณ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen) ที่ดิสนีย์นำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนครับ รูปปั้นที่อยู่ตรงชายหาดนี้ได้รับการสั่งให้สร้างในปี 1909 โดยลูกชายของผู้ก่อตั้งเบียร์คาร์ลสเบิร์กหลังจากดูบัลเล่ต์แล้วประทับใจ ต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโคเปนเฮเกนไป

รูปปั้น Little Mermaid ศิลปินใช้ภรรยาของตนเป็นแบบในการปั้น

นักท่องเที่ยวผู้มาชื่นชมนางเงือก

.

ป้อม Kastellet

ใกล้ ๆ กับรูปปั้นนางเงือกก็คือป้อม Kastellet ครับ เป็นป้อมรูปดาวที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ไม่กี่แห่งที่ยังเหลืออยู่ในยุโรปเหนือ

ข้างในก็เป็นตึกแดง ๆ แบบนี้แหละครับ จริง ๆ มีอีกหลายตึก เจ้าของคือกระทรวงกลาโหมของเดนมาร์ก

นอกจากนี้ยังเป็นที่ให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ

.

น้ำพุเกฟิออน (Gefion Fountain)

ใกล้ ๆ กับป้อม Kastellet จะมีน้ำพุเกฟิออนอยู่ สร้างตามตำนานโบราณ โดยเป็นรูปปั้นของเทพธิดาเกฟิออนที่นำบุตรชายทั้งสี่แปลงกายเป็นวัวแล้วไถกลบทะเลเกิดเป็นพื้นที่ของประเทศเดนมาร์กในปัจจุบัน

เทพธิดาเกฟิออนและลูกชายทั้ง 4

.

พระราชวัง Amalienborg

เป็นพระราชวังที่ยังเป็นที่ประทับของราชวงศ์ในปัจจุบัน แต่ว่าไม่ได้เปิดให้เข้าชม ที่เข้าชมได้คือพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวังบางส่วน และดูการเปลี่ยนเวรยามตอนเที่ยง

ค่าเข้าชม 95 DKK เข้าฟรีด้วย Copenhagen Card

บรรยากาศภายนอก สวยงามอลังการครับ

ช่วงเปลี่ยนเวรยาม กั้นไม่ให้ประชาชนเดินผ่าน

แต่ผมว่าเป็นการเปลี่ยนเวรที่ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา และกินเวลานานไปหน่อย

ภายในพิพิธภัณฑ์ มีห้องต่าง ๆ สวยดีครับ

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์

มีการแสดงสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความวิจิตรบรรจงอยู่หลายชิ้น

ส่วนตัวผมว่าวังไม่ได้อลังการมากเท่าไหร่ครับ

.

The Marble Church (Frederik’s Church)

เป็นโบสถ์ที่อยู่ใกล้ ๆ กับพระราชวังครับ เห็นบอกคนชอบมาจัดงานแต่งงานที่นี่ ไม่เสียค่าเข้าชมครับ

มองมาจากพระราชวัง เห็นเป็นแบบนี้แหละครับ

ภายในก็สวยดีครับ

ด้านบน

.

Nyhavn (New Harbour)

ไม่ไกลจากพระราชวัง Amalienborg คือท่าเรือ Nyhavn ครับ เป็นจุดที่เราจะเห็นในโปสการ์ดบ่อย ๆ สมัยก่อนเป็นท่าเรือสำคัญที่เรือจะเข้ามาจอดและกะลาสีเรือก็จะหาความบันเทิงจากร้านค้าแถวนั้น ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมือง

บ้านสีสันสดใสสวยงาม

ชิลดีครับ เดินเล่นแถวนี้

.

Rundetaarn (The Round Tower)

หลังจากออกจาก Nyhavn ผมก็เดินไปตามถนน Strøget ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในยุโรป (ปัจจุบันโดนแซงแล้ว) ด้วยความยาวกว่า 1.1 กม. เพื่อไปยัง The Round Tower ครับ เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ค่าเข้าชม 25 DKK เข้าฟรีด้วย Copenhagen Card

ถนน Strøget เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย

มองลงมาจากหอคอยจะเป็นแบบนี้ครับ

และก็มาถึง The Round Tower ครับ

เป็นทางเดินโค้งขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงยอด วิวด้านบนผมว่าไม่มีอะไรเท่าไหร่ เลยไม่ลงรูปครับ

หอคอยนี้จะติดกับโบสถ์ Trinitatis เลยแวะเข้าไปดูหน่อยครับ สวยดีนะครับ

ภาพโบสถ์จากอีกฝั่ง

.

พระราชวัง Rosenborg

อีกหนึ่งพระราชวังสำคัญของโคเปนเฮเกนครับ ด้านนอกเป็นสวนสวยงาม ด้านในเป็นวังที่มีความวิจิตรงดงามมากกว่า Amalienborg นอกจากนี้ยังมีคลังสมบัติซึ่งเป็นที่เก็บมงกุฏของราชวงศ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่าง ๆ

ค่าเข้าชม 110 DKK เข้าฟรีด้วย Copenhagen Card

โต๊ะทำงานของกษัตริย์

บรรยากาศภายในพระราชวัง

ลืมแล้วว่าเก้าอี้ใคร ใช้ทำอะไร

อันนี้เก้าอี้ของกษัตริย์และราชินีครับ มีสิงโตสามตัวล้อมรอบ

ของสะสมในคลังสมบัติ อันนี้คือการแกะสลักงาช้างครับ

มงกุฏของราชวงศ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

พระราชวังเมื่อมองจากภายนอก (จริง ๆ ข้างนอกดูไม่หรูเท่าข้างใน)

.

19 ส.ค. 61: Aquarium / Christiansborg / Tivoli

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติ (National Aquarium Denmark)

เขาเคลมว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือครับ แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ๆ 1) มหาสมุทร 2) แม่น้ำเขตร้อนชื้น 3) แม่น้ำและทะเลทางเหนือ ภายในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีการให้ความรู้ เช่น เรื่องมลพิษทางทะเล มีการ interactive มีการจัดแสดงโชว์ให้อาหารปลาฉลามและนากทะเล (Sea Otter)

ค่าเข้าชม 170 DKK เข้าฟรีด้วย Copenhagen Card

ตัวอาคารนี่สวยมาก ๆ ครับ

ภายในพิพิธภัณฑ์

แต่ละบ่อน้ำก็มีการจัดแสงสีสวยงามทีเดียว

ม้าน้ำ

อันนี้เป็นโซนแม่น้ำเขตร้อนชื้นแล้ว

ปลาปิรันย่ามาเป็นฝูง

ปลาเรืองแสง

มีให้ทดลองจับสัตว์ทะเลบางชนิด เช่น ปลาดาว

ร้านอาหารชิลดีครับ นั่งเล่นริมทะเล

อันนี้คือบ่อปลาฉลาม และโชว์การให้อาหารประจำวัน เป็นบ่อที่ใหญ่มากเหมือนกัน

.

Torvehallerne

เสร็จจาก Aquarium ก็มากินอาหารที่นี่ต่อครับ เป็นศูนย์อาหารที่มี food stand กว่า 60 ร้าน

บรรยากาศภายใน

อาหารทะเลจะเยอะหน่อย แต่ก็มีทุกอย่างนะครับ

.

Christiansborg Palace

เป็นอาคารที่มีหลายหน่วยงานอยู่ในนั้น มีสำนักนายกรัฐมาตรี, รัฐสภา, และศาลสูงสุด แต่ก็ใช้ในกิจการของวังด้วย เช่น การต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง พระราชวังที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่สามแล้ว หลังสองหลังแรกไฟไหม้

ค่าเข้าชมแยกตามส่วนต่าง ๆ ส่วนละ 50 DKK (ถ้าเข้าแค่วังก็ 50 ถ้ารวมทุกส่วนจะราว 200) เข้าฟรีด้วย Copenhagen Card

ภายนอกของพระราชวัง

ห้องสมุด

เดินเข้ามาเจอห้องนี้ห้องแรก ไม่รู้ห้องอะไรครับ แต่สวยดี

น่าจะไว้ประชุม

ไฮไลท์ของที่นี่คือ The Great Hall นี้ครับ เป็นห้องจัดพิธีสำคัญ ๆ ที่เห็นบริเวณผนังคือพรมผนังเนื่องในวันพระราชสมภพครบ 50 ปีของราชินี

บัลลังก์

Palace Chapel หลังคานี่เคยไฟไหม้ไปแล้วรอบนึง อันนี้คือทำใหม่

.

Tivoli Gardens

สวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปครับ ก่อตั้งปี 1843 เป็นแรงบันดาลใจให้หลาย ๆ คน รวมไปถึงวอลท์ ดิสนีย์ในการทำดิสนีย์แลนด์ ส่วนตัวผมว่าเป็นสวนสนุกที่ออกแบบได้สวยมากนะครับ เข้าไปดูเดินเล่นชิล ๆ ไม่ต้องเล่นเครื่องเล่นอะไรก็ฟินแล้วครับ

ค่าเข้าชม 120 DKK เข้าฟรีด้วย Copenhagen Card แต่อันนี้คือแค่เข้าเฉย ๆ นะครับ จะเล่นอะไรต้องไปซื้อบัตรอีกที ยกเว้นว่าจะซื้อเหมาไปเลย

ประตูทางเข้า โดดเด่นมีเอกลักษณ์

เป็นสวนสนุกที่ประดับไฟได้สวยครับ ช่วงมืด ๆ นิดน่าจะสวย (แต่เครื่องเล่นกับการแสดงต่าง ๆ ก็จะปิดก่อน)

บรรยากาศภายใน Tivoli

เวทีกลาง ช่วงฤดูร้อนคงมีคอนเสิร์ตบ่อย ๆ เหมือนที่สต็อกโฮล์ม

น่าจะร้านอาหาร

บรรยากาศภายใน Tivoli

บรรยากาศภายใน Tivoli

บรรยากาศภายใน Tivoli

.

20 ส.ค. 61: City Hall / Black Diamond / Churches / Christiania

ศาลากลาง (City Hall)

ส่วนตัวว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเท่าไหร่ครับ เปรียบเทียบกันสามประเทศผมว่าสต็อกโฮล์มและออสโลสวยกว่า ที่นี่เข้าชมฟรีครับ แต่ถ้าไปกับไกด์ทัวร์ก็ราคา 50 DKK

ภายนอกของ City Hall ตรงนี้ก็จะเป็นบริเวณ City Hall Square

ภายในของ City Hall ก็สวยอยู่นะครับ

เหมือนกำลังจะมีงานอะไรบางอย่าง

.

Copenhagen Cathedral (Church of Our Lady)

เดินผ่านครับเลยแวะเข้าไป สวยดีครับ จริง ๆ เป็นโบสถ์เก่าแก่ แต่ว่าโดนระเบิดลงตอนทำสงครามกับอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 ที่เห็นนี้คือโบสถ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ โบสถ์นี้เข้าชมฟรีครับ

มีรูปปั้นพระเยซูและอัครสาวกทั้ง 12

รูปปั้นตรงกลาง

.

Royal Danish Library – The Black Diamond

เป็นห้องสมุดที่สวยดีครับ เลยแวะไปดู

ของจริงสวยมากนะครับ ตึกสีดำ มีเงาสะท้อนคลื่นจากทะเล

ภายในอาคารห้องสมุด

.

Church of Our Saviour

เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโคเปนเฮเกนครับ คนนิยมมาที่นี่เพื่อปีนขึ้นไปบนยอดหอคอย เขาว่ากันว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวเมืองที่ดีที่สุด แต่ผมไม่ได้ขึ้นเหมือนกันครับ

โบสถ์เข้าชมฟรี แต่ค่าขึ้นหอคอย 50 DKK  มี Copenhagen Card ขึ้นฟรีครับ

 

เอกลักษณ์ของโบสถ์นี้อย่างหนึ่งก็คือยอดแหลมของโบสถ์นี่แหละครับ เราเดินขึ้นไปได้

บรรยากาศภายในโบสถ์

งานประติมากรรมภายในโบสถ์ก็สวยมากครับ

Altarpiece ด้านหน้า สวยดีครับ

.

Free Town Christiania

ไม่ไกลจากโบสถ์ก็คือ Free Town Christiania ครับ มันคือเขตอิสระปกครองตนเองที่ไม่ขึ้นต่อรัฐ เป็นดินแดนแห่งฮิปปี้ เดินเข้าไปก็จะมีกัญชาขาย แม้เป็นสิ่งผิดกฎหมายที่นอกเขต (แต่ผมไม่ได้ลองนะครับ 55) คือก่อนหน้านี้เป็นเขตแดนเถื่อนที่พยายามปราบปรามหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ต่อมาเลยทดลองให้เป็นเขตปกครองตนเองเพื่อเป็นการทดลองทางสังคม

ฟังดูอาจจะดูน่ากลัวนะครับ แต่นักท่องเที่ยวเดินกันขวักเลย ปู่ย่ามากันเป็นกรุ๊ปทัวร์ก็มี ผู้คนในนั้นเขาก็ไม่ทำอะไรเราหรอกครับ ดังนั้นไม่มีอะไรครับ แต่ว่ามีเขตที่ห้ามถ่ายรูปและผมไม่แน่ใจว่ามันตรงไหนบ้าง ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา

ทางเข้าไปยัง Christiania

.

หลังจากนั้นผมก็กลับเข้าเมืองและเดินทางไปสนามบินต่อ เพื่อเดินทางไปยังออสโลครับ ด้วยสายการบิน Norwegian เช่นเคย (จริง ๆ เป็นสายการบินที่ผมใช้บริการบ่อยมากนะฮะ 😅)

ก็จบแล้วสำหรับทริปโคเปนเฮเกนนี้ เจอกันครั้งหน้าที่ออสโลครับ 🙂

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply