Travel

เที่ยวอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองที่เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

31 August 2018

ทริปนี้เป็นหนึ่งในซีรีย์ 17 วันเที่ยวยุโรป 5 ประเทศ เป็นการเดินทางหลังเรียนจบ Health Informatics จากสวีเดนของผมเองครับ โดยทริปนี้เป็นทริปต่อมาจากบรัสเซสส์และบรูจส์ครับ ผมเดินทางมาถึงที่นี่ค่ำ ๆ ของวันที่ 13 ส.ค. 61 และอยู่จนถึงวันที่ 17 ส.ค. จึงเดินทางต่อไปยังโคเปนเฮเกนครับ

ความคิดเห็นต่ออัมสเตอร์ดัมโดยรวม

  • อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วครับ ใครอยากมาชิลก็มาเดินเล่นริมคลอง ปั่นจักรยาน หรือออกไปหมู่บ้านกังหัน Zaanse Schans ใครอยากมาหาอบายมุขก็มีย่านกินดื่ม กัญชา โสเพณี การพนัน ทั้งหมดถูกกฎหมายในเมืองนี้ ใครอยากมาเที่ยวมิวเซียม ที่นี่ก็มีมิวเซียมทั้งของเก่าของใหม่รวมไปถึงของแปลกให้เราเยี่ยมชม
  • ที่ด้อยกว่าเมืองอื่น ๆ หน่อยก็จะเป็นพวกสถาปัตยกรรมแนวอลังการ แต่ตึกรามบ้านช่องในอัมเตอร์ดัมก็มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับที่อื่น
  • เป็นเมืองที่มีความเจริญสูง สัมผัสได้ถึงความ innovative ของเมือง มีของที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ไม่เหมือนที่อื่น รถไฟฟ้าใหม่และสะอาด
  • สรุปคือเป็นเมืองที่ดูน่าอยู่มากนะครับ (แต่ไม่รู้อยู่จริงจะเป็นไง)

.

ทิปเล็กทิปน้อย

  • ถ้ามาเที่ยวสั้น ๆ และอยากเน้นเก็บสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ แนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อ I amsterdam City Card นะครับ เป็นการ์ดที่ทางรัฐบาลทำเอง ใช้เป็นบัตรโดยสาร บัตรเข้าสถานที่ บัตรส่วนลด ไปด้วยในตัว
  • ซื้อแล้วใช้ได้ถึง Zaanse Schans บ้านกังหันบางแห่งให้เราเข้าฟรีแค่โชว์การ์ด
  • แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเดินทางไปสนามบินไม่รวมอยู่ในการ์ดนะครับ การเดินทางไป Zaanse Schans และเดินทางภายในนั้นก็ไม่รวม ถ้าอยากได้แบบรวมต้องซื้อเป็น Amsterdam & Region Travel Ticket
  • หลาย ๆ พิพิธภัณฑ์ในอัมสเตอร์ดัมต้องจองล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ก่อน เช่น Anne Frank House และพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ
  • ถ้าไป EYE Filmmuseum อย่าลืมเช็คเวลาฉายของภาพยนตร์ดี ๆ ครับ ไม่งั้นจะเหมือนผม คือไปถึงแล้วไม่ได้ดูอะไรเลย 😅

.

13 ส.ค. 61: มาถึงอัมสเตอร์ดัม

วันที่ผมมาถึง ผมก็เดินไปตามทางปกติ แต่ผมไม่สามารถหาทางออกจากสถานี Amsterdam Central ได้ เหมือนต้องสแกนบัตรบางอย่างก่อนประตูถึงจะเปิด (แต่ผมมาจากบรัสเซลส์จึงไม่มีบัตรดังกล่าว) สุดท้ายได้ไปบอกนายสถานี เขาก็เลยเปิดให้ ไม่รู้เหมือนกันครับว่ามาผิดประตูหรือเปล่า

เนื่องจากยังไม่หายป่วยดี ผมเลยพักที่โรงแรมแทนที่จะเป็นโฮสเทลครับ โดยผมพักที่โรงแรม The Student Hotel Amsterdam West ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจครับ มีระบบ self check-in กรอกข้อมูลแล้วได้คีย์การ์ดมา ห้องพักสะอาด อาหารเช้าราคารับได้ มีบริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญราคาโอเคเช่นกัน ข้อเสียก็พอมีบ้างคือ ทำเลออกมาไกลจากในเมืองเล็กน้อย แต่ว่าโรงแรมก็อยู่ติดรถไฟฟ้าและรถรางครับ ซึ่งความอยู่ติดรถไฟฟ้านี่ก็ทำให้เสียงรถไฟดังมาบางครั้ง แต่ก็ไม่ถึงกับรบกวนการนอน ข้อเสียเล็ก ๆ อีกอย่างคือร้านอาหารของโรงแรมมีแขกเยอะมาก ดังนั้นเลยจะแออัดนิด ๆ และช้าหน่อย ถ้าเราเลือกกินอาหารที่โรงแรม ราคาค่าตกราวคืนละ 3,200 บาทครับ

หลังจากพักผ่อน 1 คืน ผมก็เริ่มเที่ยวในวันต่อมาครับ

.

14 ส.ค. 61: แวนโก๊ะ / Rijksmuseum / ไฮเนเก้น

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ

ที่แรกที่ผมไปในทริปนี้ก็คือพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะซึ่งจองล่วงหน้าไว้ครับ ข้างในก็จะมีภาพเขียนของแวนโก๊ะในช่วงต่าง ๆ เล่าพร้อม ๆ กับเรื่องราวของชีวิตเขาว่าเขาคิดอะไรอย่างไร แวนโก๊ะนี่จัดเป็นศิลปินที่มีประวัติชีวิตที่น่าสนใจคนหนึ่งนะครับ สร้างสรรค์ผลงานมากมาย แต่ตลอดชีวิตไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งยังต้องเผชิญกับภาวะทางจิตเวชจนเสียชีวิตด้วยการปลิดชีวิตตนเอง

ค่าเข้าชม 18 ยูโร เข้าฟรีด้วย I amsterdam card ครับ

ภายนอกอาคารครับ เป็นอาคารที่ minimal ดีนะครับ

ภายในห้ามถ่ายภาพที่ตัวผลงาน แต่ถ่ายบรรยากาศรอบ ๆ ได้

มีสามชั้น เล่าประวัติของแวะโก๊ะในช่วงต่าง ๆ

อีกโซนหนึ่งมีนิทรรศการ Van Gogh’s Dream ผมว่าจริง ๆ มันคือการโชว์ installation art ประกอบธีมชีวิตแวนโก๊ะ แต่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่

.

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัม (Rijksmuseum)

ใกล้ ๆ กับพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะก็คือ Rijksmuseum นี้ครับ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะของศิลปินชาวดัทช์รวมถึงศิลปินจากที่อื่น หน้าพิพิธภัณฑ์จะมีป้าย I amsterdam อันใหญ่ที่คนนิยมมาถ่ายรูปกัน พิพิธภัณฑ์นี้มี Audioguide app ที่ผมว่าทำได้ดีมาก ๆ ให้โหลดฟรีด้วยครับ (ทำดีกว่าลูฟวร์หรือแวร์ซายซะอีก) ลองโหลดมาประกอบการเยี่ยมชมได้ครับ

ค่าเข้าชม 17.50 ยูโร เข้าฟรีด้วย I amsterdam card ครับ

ป้าย I amsterdam อันโด่งดัง

Rijksmuseum ด้านหน้าครับ

เข้ามาภายในก็สวยงาม

ขึ้นมาด้านบนจะเจอ the Great Hall ห้องหลักห้องหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ครับ

ภาพเขียนที่ผนังของ the Great Hall

ผ่านประตูมาจะเจอ The Gallery of Honour ที่รวมงานของศิลปินดัง ๆ

The Milkmaid โดย Johannes Vermeer, c. 1660

Night Watch โดย Rembrandt van Rijn, 1642 ภาพนี้น่าจะเป็นภาพที่ดังที่สุดแล้วของพิพิธภัณฑ์

มีภาพ self-portrait ของแวนโก๊ะด้วย

ห้องสมุดก็สวยดีครับ

.

Heineken Experience

อันนี้ก็คือพิพิธภัณฑ์เบียร์ไฮเนเก้นครับ แต่เดิมเป็นโรงงานผลิตเบียร์ของไฮเนเก้นก่อนที่จะย้ายออกไปนอกเมือง จึงปรับให้โรงงานเดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติและกระบวนการทำเบียร์ของไฮเนเก้น คือดูจบแล้วก็ได้ภาพลักษณ์ที่เป็นบวกต่อไฮเนเก้นขึ้นมาเหมือนกันนะครับ

ค่าเข้าชม 18 ยูโร เข้าฟรีด้วย I amsterdam card ครับ

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้สื่อสมัยใหม่ได้ดีมากนะครับ

ฉลากเบียร์ไฮเนเก้นในยุคต่าง ๆ

ถังบ่มเบียร์ดั้งเดิม เราเข้าไปส่องด้านในได้ด้วย จะมีวิดีโอแนะนำเรื่องการผลิตเบียร์

สมมติว่าเราเป็นเบียร์ไฮเนเก้น จะผ่านอะไรบ้างกว่าจะถึงผู้บริโภค

อันนี้ไม่มีอะไรเลย นั่งดูวิดีโอเท่ ๆ

มีเบียร์ให้กินด้วย 2 แก้ว

.

15 ส.ค. 61: รอบ ๆ Dam Square

Dam Square

อันนี้ก็คือจัตุรัสกลางเมืองเหมือนเมืองอื่น ๆ ในยุโรป ติดกับจัตุรัสคือพระราชวังอัมสเตอร์ดัม มิวเซียม และร้านค้าอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

บรรยากาศคูคลองในอัมสเตอร์ดัม ชิลมากนะครับ เดินเล่นริมคลอง

Dam Square ที่เห็นตึกด้านหลังคือพระราชวัง

เจอดาร์ธเวเอร์ มีนักแสดงเปิดหมวกมากมายมาแสดงที่นี่

ถนนคนเดินใกล้ ๆ กับ Dam Square

.

พระราชวังอัมสเตอร์ดัม (Royal Palace Amsterdam)

พระราชวังนี้เดิมเคยเป็นศาลากลางเมืองมาก่อนในช่วง Dutch Golden Age ต่อมาตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสโดยกษัตริย์หลุยส์ นโปเลียน (น้องชายของจักรพรรดินโปเลียน) จึงได้ทำการเปลี่ยนมาเป็นวังและทำการตกแต่งห้องต่าง ๆ ต่อมาเมื่อเนเธอร์แลนด์มีกษัตริย์เป็นของตนเอง ที่นี่จึงทำหน้าที่เป็นพระราชวังต่อ

ค่าเข้าชม 10 ยูโร ไม่สามารถใช้ I amsterdam card ได้ แนะนำให้ซื้อออนไลน์ไปก่อนเพื่อลัดคิวเข้าชมครับ ระหว่างเข้าชมมี Audioguide ฟรีด้วยนะครับ

Central hall สวยมาก ๆ ครับ เป็นหินอ่อนทั้งหมด ที่พื้นจะมีแผนที่โลกแสดงถึงความก้าวหน้าในการเดินสมุทรของชาวดัทช์ในยุคนั้น

ยักษ์ Atlas แบกโลก ลืมแล้วว่าหมายความถึงอะไร

ห้องต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นห้องรับแขก

อีกห้องหนึ่ง

สวยดีครับ Central hall

.

Bloemenmarkt

เดินมาจากพระราชวังก็จะผ่านย่านช็อปปิ้ง จนมาถึง Bloemenmarkt นี้ครับ เป็นตลาดขายดอกไม้ริมคลอง ส่วนตัวผมว่าไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่

บรรยากาศร้านขายดอกไม้

ดอกทิวลิป สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศ

เมล็ด เอาไว้ปลูก

.

Central Station

เป็นสถานีรถไฟกลางที่สวยดีครับ

Amsterdam Central Station

มุมนี้มักอยู่ในโปสการ์ด ย่าน Damrak ครับ ถัดมาจาก Central station นิดเดียว

.

Basilica of Saint Nicholas

เป็น Basilica แห่งเดียวในอัมสเตอร์ดัม สวยดีครับ เข้าชมฟรีครับ

ภายใน Basilica

ภายใน Basilica

.

ล่องคลองอัมสเตอร์ดัม

I amsterdam City Card มีทัวร์ล่องคลองรวมอยู่ด้วย มีหลายบริษัทเข้าร่วม เราสามารถลงเรือของบริษัทใดก็ได้ ผมเลือกลงของ Stroma ที่แถว ๆ Rijksmuseum ครับ เป็นทัวร์ความยาว 1 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนั่งเรือก็จะมีการอธิบายให้ฟังถึงส่วนต่าง ๆ ที่เราล่องเรือผ่าน ก็ประทับใจอยู่นะครับ

มองจากบนเรือ

คนขับเรือทำท่าทางใส่กันเมื่อขับเรือสวนกัน

สังเกตว่าตึกหลาย ๆ ตึกในอัมสเตอร์ดัมมีความเอียง เพราะสร้างบนฐานที่ไม่มั่นคง

.

หลังล่องเรือ

แวะผ่าน Apple Store และบันไดแก้วอันเป็นเอกลักษณ์

ทดลองเล่นคาสิโนครั้งแรกกับ Holland Casino (ไม่ให้ถ่ายภาพด้านใน) บรรยากาศเหมือนในหนังเลยครับ เข้าฟรีด้วย I amsterdam card

Leidseplein ย่านของกินกลางคืนใกล้ ๆ Casino

ลองดูราคามีหลายร้านโอเคเลยนะครับ

.

16 ส.ค. 61: Arena / This is Holland / Filmmuseum / Micropia

เริ่มวันมาด้วยการไปทัวร์​ Amsterdam Arena สนามของสโมสร Ajax Amsterdam ครับ จะมีไกด์ทัวร์ภาษาอังกฤษเป็นรอบ ๆ ค่าทัวร์ 16.50 ยูโร  เข้าฟรีด้วย I amsterdam card ครับ

ภายนอกค่อนข้างเงียบ นึกว่าเขาปิดซะอีก มารู้ทีหลังว่าเดินมาผิดทาง Google Maps ทำพิษอีกแล้ว

บรรยากาศภายในสนาม ช่วงพักฤดูกาล สนามจะใช้เป็นที่จัดคอนเสิร์ต หญ้าทั้งหมดนี้ต้องปลูกใหม่ทุกปี

เป็นสนามที่ได้มาตรฐานระดับโลก หลังคาปิดได้

เครื่องให้แสง เพื่อให้หญ้าโตได้ทัน

ห้องแถลงข่าวของสโมสร แบบที่เห็นบ่อย ๆ ตามข่าวกีฬา

ห้องแต่งตัวนักฟุตบอล มีชื่อของแต่ละคนติดเก้าอี้ เกมจบมีเครื่องดื่มมีเพลงฟัง มีอ่างน้ำร้อน

ยุครุ่งเรืองของสโมสร เคยได้ถ้วยแชมเปี้ยนลีกส์เมื่อปี 1995

.

This is Holland

เป็นเครื่องเล่นใหม่ คือให้เรานั่งบนเก้าอี้ (รัดสายเข็มขัดให้เรียบร้อย) เก้าอี้จะเลื่อนเราไปอยู่ตรงกลางของจอภาพครึ่งวงกลม แล้วจอภาพก็จะฉายภาพยนตร์ เก้าอี้ก็จะโยกไปด้วย มีน้ำฉีดมีลมอะไรไป ก็คือโรงหนัง 4D เสมือนเรากำลังบินอยู่เหนือสถานที่ต่าง ๆ ในเนเธอร์แลนด์

ข้างในไม่ให้ถ่ายภาพครับ ลองดูตัวอย่างได้ในเว็บไซต์เขา ส่วนตัวผมว่าเป็นไอเดียที่ดี แต่สั้นไปนิด กับภาพยังคมไม่พอ มันเลยไม่ให้ความรู้สึกเหมือนบินอยู่จริง ๆ เท่าไหร่ แต่เท่านี้ก็หวาดเสียวอยู่เหมือนกันนะครับ

ค่าเข้าชม 16.50 ยูโร ไม่สามารถใช้บัตร I amsterdam card ได้ครับ

ล็อบบี้รอขึ้นไปเล่น

.

EYE Filmmuseum

ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ครับ ก็จะมีโรงภาพยนตร์ให้เราดูหนังฟรี ๆ 4 โรง มีโปรแกรมตลอดวัน และก็มีนิทรรศการเกี่ยวกับภาพยนตร์อยู่รอบ ๆ ส่วนตัวผมว่าเป็นไอเดียที่ดีนะครับ

ค่าเข้าชม 10.50 ยูโร  เข้าฟรีด้วย I amsterdam card ครับ

เป็นตึกที่มีดีไซน์โดดเด่นดี เหมือนหลุดมาจากอนาคต อันนี้คือมองจากอีกฝั่งของทะเล

มองจากบนบกครับ

โรงภาพยนตร์โรงหนึ่งในนั้น ไปถึงฉายจบแล้ว รอบหน้าอีกนานอยู่

ร้านอาหารก็บรรยากาศดี

ตัวอย่างนิทรรศการเกี่ยวกับภาพยนตร์ครับ

A’DAM Tower จุดชมวิวเมืองพร้อมชิงช้า แต่แม้ว่าจะเป็นจุดชมวิวแต่มันก็ไม่ได้สูงมาก เพราะอัมสเตอร์ดัมสร้างตึกสูงไม่ได้เนื่องจากดินไม่มั่นคงพอครับ

.

Micropia

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของสวนสัตว์ ARTIS ครับ แต่เราสามารถเข้าเฉพาะที่นี่ได้ เป็นพิพิธภัณฑ์จุลชีววิทยา ก็คือมีพวกจุลชีพต่าง ๆ ให้เราส่องกล้องจุลทรรศน์ดูได้ครับ อันนี้ผมไม่ค่อยอินเท่าไหร่ แต่ที่ชอบคือภาพถ่ายความละเอียดสูงจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่เขานำมาโชว์จำนวนหนึ่ง อันนี้สวยดี ชอบ ๆ ที่ชอบอีกอย่างคือมี gimmick เล็ก ๆ ให้เราปั๊มว่าเราดูอะไรไปแล้วบ้าง จากนั้นนำมาโชว์ในจอใหญ่ในตอนท้ายได้

ค่าเข้าชม 14 ยูโร  เข้าฟรีด้วย I amsterdam card ครับ

โซนจุลชีพที่อยู่ในสิ่งต่าง ๆ

ตอนท้ายโชว์ให้ดูว่าเราเก็บอะไรไปบ้าง

จอใหญ่ ๆ อันนี้เจ๋งดีนะครับ จริง ๆ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ดีเลย

.

17 ส.ค. 61: Zaanse Schans

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ใช้กังหันลมเป็นเครื่องทุ่นแรงในการทำสิ่งต่าง ๆ เยอะ ตั้งแต่การวิดน้ำออกจากพื้นที่ (เพราะประเทศอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล) ไปจนถึงการผลิตสิ่งของต่าง ๆ ต่อมาเมื่อเครื่องจักรเข้ามาจึงลดความสำคัญลง ที่ Zaanse Schans นี้ยังเหลือกังหันลมอยู่ 8 หลัง ผมจำค่าเดินทางจากอัมสเตอร์ดัมไม่ได้ แต่มีตั๋วรถบัสขายที่สถานีเลย เป็นตั๋วไป-กลับ

สถานีรถบัสที่ Central station สวยดีครับ ที่เห็นแดง ๆ ส้ม ๆ ถ้ามองจากบนฟ้าจะเป็นคำว่า Amsterdam ครับ

บรรยากาศดีมาก ๆ

จะมีกังหันลมที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ กันครับ บ้างก็ยังทำงานผลิตสินค้าอยู่ บ้างก็ไม่ได้ทำแล้ว แค่หมุนเฉย ๆ

กลไกการทำงาน แอบซับซ้อนดีเหมือนกันครับ นับถือภูมิปัญญาคนสมัยก่อน ออกแบบพวกนี้ได้ไม่ต้องใช้คอม

ชิล ๆ ดีครับ

พ่อค้าขายน้ำส้มคั้นสดให้นักท่องเที่ยว

อันนี้เป็นเมนูปลาย่างสด

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นหมู่บ้าน เขียว ๆ น่ารักดี

ถ่ายจากสะพานข้ามไปยังหมู่บ้านครับ

หลังนี้คือบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในย่านนี้ และเป็นบ้านที่ใช้กำหนดความสูงว่าหลังอื่นห้ามสูงเกินหลังนี้ (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ 55)

.

หลังจากนั้นผมก็เดินทางกลับอัมสเตอร์ดัมเพื่อไปยังสนามบินต่อ ได้เวลาก็บินจากอัมสเตอร์ดัมไปยังโคเปนเฮเกนครับด้วยสายการบิน Norwegian

ก็จบแล้วสำหรับทริปอัมสเตอร์ดัมนี้ เจอกันครั้งหน้าที่โคเปนเฮเกนครับ 🙂

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply