Travel

ล่องเรือสำราญไปทาลลินน์ (Tallinn) เมืองมรดกโลก และเมืองหลวงของเอสโตเนีย

1 July 2018

หนึ่งในกิจกรรมที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็น The Must อย่างหนึ่งของคนที่มาเรียนต่อในประเทศแถบสแกนดิเนเวียก็คือการล่องเรือสำราญ (cruise) ครับ เนื่องจากภูมิประเทศและวัฒนธรรมของคนแถบนี้ที่อาศัยอยู่กับน้ำ ทำให้การล่องเรือเป็นกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจยอดฮิต ผมเองอยู่มาสองปีก็อยากจะทำมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสเสียที พอดีวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมานี้ว่างพอดี เลยถือโอกาสจัดซะเลยครับ

ทาลลินน์ (Tallinn) เป็นเมืองหลวงของประเทศเอสโตเนียครับ เป็นเมืองที่อยู่มานานแล้วตั้งแต่สมัยยุคกลาง แต่ก็เป็นอารมณ์เมืองชายขอบที่เปลี่ยนผู้ปกครองหลายรอบ ทั้งเดนมาร์ก สวีเดน และสุดท้ายไปอยู่กับสหภาพโซเวียต ก่อนที่เอสโตเนียจะประกาศอิสรภาพในปี 1991 และตั้งทาลลินน์เป็นเมืองหลวง

สำหรับการเดินทางโดยเรือสำราญ เราจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเรือ ออกจากสต็อกโฮล์มเย็นวันแรก ไปถึงทาลลินน์เช้าวันที่ 2 และกลับจากทาลลินน์ในเย็นวันนั้น และมาถึงสต็อกโฮล์มในเช้าวันต่อมา โดยเราจะมีเวลาสำหรับเที่ยวในตัวเมืองทาลลินน์ราว 7 ชม.ครับ

.

คำแนะนำทั่วไป

เนื่องจากทริปนี้ผมมีเวลาค่อนข้างน้อย ดังนั้นเลยเลือกเที่ยวเฉพาะเขต Old town ตามที่ Google Trips แนะนำไปเลยครับ เที่ยวตามนี้ครบก็หมดเวลาพอดี

Route Old Town highlights โดย Google Trips

  • ที่เที่ยวในเขต Old town อยู่ใกล้ ๆ กันแทบจะทั้งหมด อยู่ในระยะที่เดินถึงได้ครับ
  • ทาลลินน์ยังเป็นเมืองที่ใช้เงินสดอยู่ ไปถึงโบสถ์แล้วจะเข้าไป เขาบอกรับแค่เงินสดจ้า เงิบเลย (คือผมไม่ได้พกเงินสดติดตัวเลยถ้าอยู่ประเทศแถบนี้ ตอนไปเฮลซิงกิก็ไม่พกครับ) สุดท้ายเลยได้ซื้อ Tallinn Card 
  • แต่การซื้อ Tallinn Card ก็เป็นการตัดสินใจที่คุ้มนะครับ ผมแนะนำให้ซื้อไปเลย เพราะถ้าไปตาม route นี้เสียเกินค่าการ์ดอยู่แล้ว ราคา €25 เข้าสถานที่ท่องเที่ยวได้เกือบหมด แถมได้ขึ้นรถประจำทางและ Hop-on-hop-off ได้ อันนี้ผมเดินจากท่าเรือมาที่เมือง แอบไกลนิด ๆ ถ้าซื้อแต่แรกก็ขึ้นรถมาได้แล้ว
  • ถามว่า 7 ชม.นี้พอไหม ผมว่าก็พอไหวสำหรับเขต Old town แต่ถ้าใครอยากรู้จักทาลลินน์นอกเหนือไปจากเขตนี้ อาจต้องมีซัก 3 วันกำลังดีครับ
  • ในเขต Old Town นี้มีหอคอยหลายอัน ซึ่งถ้าจะขึ้นเราต้องเดินขึ้นบันได ผมขึ้นหมดทุกอันเลย อันที่เวิร์คจริง ๆ รู้สึกว่าแค่ St Olaf นี่แหละครับ อันอื่นเฉย ๆ แต่เดี๋ยวเอารูปให้ดูครับ

.

เที่ยวในเขต Old Town

ผมเริ่มทริปจากการเดินมาจากท่าเรือ D-Terminal ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็เริ่มเข้าสู่เขตเมืองเก่าครับ

จะมีวัยรุ่นมาปั่นสามล้อไฟฟ้ารับจ้างชมเมืองด้วยครับ จอดรถกันเยอะเลยแถมท่าเรือ ไม่ได้ถามราคาเขาเหมือนกัน

บรรยากาศภายในเมือง

มีรถม้าให้บริการเช่นกัน

บริเวณ Old town สวยงามคลาสสิค มีความพาสเทล

.

St Olaf’s church

โบสถ์เก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลาง ไม่แน่ใจในแง่ความสำคัญเหมือนกันครับ

สวยดีครับ

แต่ที่เด็ดสุดแล้วของโบสถ์ก็คือวิวเมืองทาลลินน์ครับ สวยสุดแล้วในทุกหอคอย

มองไปเห็นท่าเรือด้วย

.

Tallinn City Museum

ระหว่างทางจากโบสถ์ไปตัวเมืองบังเอิญเห็นพิพิธภัณฑ์นี้พอดีครับ ก็เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองทาลลินน์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้ามี Tallinn Card เข้าชมฟรีครับ

บรรยากาศภายใน

.

St. Catherine’s Passage

อันนี้ก็เป็นย่านที่รวมพวกร้านขายของแนว craft ดูฮิป ๆ ชิค ๆ ดีครับ แต่ก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่นะ ใกล้ ๆ กันมี Dominican Monastery Claustrum แต่ไม่รวมใน Tallinn Card ผมเลยไม่ได้เข้าไปครับ

ตามข้างทางเป็น Tombstone ของใครซักคน

ร้านแถวนั้น

.

Raekoja plats (Town Hall Square)

ไม่มาตรงนี้นี่คือเหมือนมาไม่ถึงทาลลินน์ครับ มีความคล้ายจัตุรัส Stortorget ในสต็อกโฮล์ม เป็นประมาณจุดศูนย์กลางของเมืองเก่า

สวยดีครับแถวนี้

บรรยากาศบริเวณ Town hall square

ร้านขายของแถวนั้น

เห็นงี้นี่ไม่ร้อนนะครับ อากาศกำลังดี แถว 21 องศา

.

Raeapteek (Town Hall Pharmacy)

ร้านขายยาที่ขายมาต่อเนื่องยาวนานที่สุดในยุโรป (ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12) อันนี้ก็อยู่ในเขต Town hall square นี่แหละครับ

ทุกวันนี้ก็ยังขายยาอยู่ เป็นยาแผนปัจจุบันด้วยครับ

แต่ก็มีโซนพิพิธภัณฑ์ ซึ่งยาในโซนนี้ผมไม่รู้จักเลย จริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นแนวสมุนไพร

.

Town Hall

แน่นอนว่าติดกับ Town hall square ก็คือ Town hall เป็น Town hall แบบโกธิคแเห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในเขตยุโรปเหนือ

มีหอคอยเช่นกัน

บนหอคอยก็จะมีระฆัง

วิวจากบนหอคอย

ภายใน Town hall อันนี้ประมาณห้องไว้คุยกับชาวเมือง

ส่วนอันนี้ห้องผู้ปกครองเมือง

จากบน Town Hall มองลงไปเห็น Town Hall Square สวยดีครับ (มุมนี้ไม่ต้องขึ้นหอคอยก็เห็น)

.

Niguliste Museum (St. Nicholas’ Church)

โบสถ์เก่าแก่อีกแห่งที่สวยดีครับ โบสถ์เคยพังไปสมัย WW II ก่อนจะบูรณะกลับมาเป็นเหมือนในปัจจุบัน

ภายนอกโบสถ์

ภายใน

ฉากประดับแท่นบูชา ไม่ได้เข้าไปอ่าน story ในฉากเหมือนกันครับ

บรรยากาศคนนั่งชิลรอบโบสถ์

.

Cathedral of Saint Mary the Virgin (Dome Church) 

ก็เป็นโบสถ์เก่าแก่อีกแห่งครับ

ภายนอกโบสถ์

ภายในโบสถ์

สวยดีครับ ส่วนนี้เหมือนเป็นผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง

มีหอคอยเช่นกัน และนี่คือวิวจากบนหอคอยครับ มองไปเห็น Alexander Nevsky Cathedral และหอคอย Pikk Hermann

.

The Parliament Of Estonia

อาคารรัฐสภาของเอสโตเนีย ไม่รู้เปิดให้เข้าไหมนะครับ อาจจะมีทัวร์เป็นรอบ ๆ แต่วันที่ไปผมไม่ได้เข้าไปครับ

มีความพาสเทล สวยดีครับ

อาคารนี้ติดกับปราสาท Toompea ซึ่งจะมีหอคอย Pikk Hermann อยู่

ความสำคัญคือ ธงชาติไหนอยู่บนหอคอยนี้ แสดงว่าชาตินั้นกำลังปกครองเอสโตเนียอยู่

บรรยากาศชิล ๆ รอบปราสาท

.

Alexander Nevsky Cathedral

แต่โบสถ์นี้ห้ามถ่ายภาพภายในครับ เลยไม่ได้ถ่ายมา และภาพนี้ก็ถ่ายมาจากที่อื่น

เป็นโบสถ์สไตล์ Orthodox สวยดีครับ

.

Maiden’s Tower และ Kiek in de Kök

สองอันนี้เชื่อมต่อกัน สามารถเดินจากแห่งหนึ่งมาอีกแห่งได้ แห่งแรกไม่มีอะไรเท่าไหร่ครับ เป็นป้อม ๆ นึง และมีสวนของกษัตริย์เดนมาร์กอยู่ข้างหน้า ส่วนแห่งหลังเป็นหอคอย และมีทางลับที่เอาไว้ต่อสู้ข้าศึก (ผมไม่ได้เข้าไปเพราะจะครบ 7 ชม.แล้วตอนนั้น เลยกลับเลย)

เข้าไปแล้วเดินขึ้นไปจะมีสองทาง ไปทางซ้ายไปหอคอย ไปทางขวาไปดูป้อม

จากบนหอคอยมองมาเห็นหอคอย Pikk Hermann

เห็น Tallinn wall ด้วย จริง ๆ มี wall นี้ล้อมรอบเขตเมืองเก่าเลยครับ

 

หลังจากนั้นผมก็ขึ้น Hop-on-off bus กลับไปที่ท่าเรือ ก็เป็นอันหมดวันครับ

.

เรือสำราญ Tallink Silja

ทีนี้ก็จะพามาดูเรือสำราญครับ ส่วนตัวผมว่ามันก็ประมาณโรงแรมที่ขยับได้ ขึ้นไปก็จะมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ

  • เวลาซื้อตั๋วจะซื้อเป็น cabin ซึ่งก็มีแบบ 3 คนหรือ 4 คน ดังนั้น ถ้าไปคนเดียว (เช่นผม) ก็จะหนักหน่อย แต่ก็ไม่ได้แพงมากนะครับ ผมซื้อมาราคา €128 ครับ ไป-กลับ
  • ถ้าจะไปอย่างเดียวแล้วอยู่เที่ยวต่อเกิน 7 ชม. ก็จ่ายราคาเท่า ๆ นี้เหมือนเดิมครับ ยกเว้นว่าเราจะซื้อแพ็คเกจโรงแรมกับเขาด้วย
  • ผมซื้อแพ็คเกจบุฟเฟต์อาหารเช้าเย็น 4 มื้อ มาคิดดูย้อนหลังรู้สึกไม่น่าซื้อเลย ถูกลงแค่ €6
  • บุฟเฟต์อาหารเย็นราคาปกติ €33 ก็มีเนื้อ มีอาหารทะเล มีไวน์ คือถามว่าคุ้มไหมก็คุ้มอยู่แหละครับ กินซักมื้อก็ดีอยู่ (แต่ก็ไม่ใช่บุฟเฟต์คุณภาพสูงอะไรนะครับ อารมณ์ประมาณหลาย ๆ อย่างก็ซื้อได้จากซูเปอร์มาร์เก็ต) กินหลายมื้อนี่ไม่ค่อยอินแล้ว ฮ่า ๆ ถ้าจะลองดูแนะนำให้จองวันที่กลับจากทาลลินน์ครับ เพราะคนน้อยกว่าขาไปมาก
  • บุฟเฟต์อาหารเช้าราคาปกติ €10.5 เหมือนบุฟเฟต์โรงแรมฝรั่งทั่วไปครับ เน้นพวกแฮม แซลมอน ขนมปัง น้ำผลไม้ กาแฟ ฯลฯ ก็คุ้มอยู่แหละครับ แต่ก็รู้สึกว่าขากลับมากินบนฝั่งก็ได้ หรือไม่ก็ไปกินร้านฟาสต์ฟู้ดก็ได้ครับ
  • มีร้านอาหารอื่น ๆ อีกอยู่ครับ ผมแนะนำว่าไม่ต้องจองแพ็คบุฟเฟต์ 4 มื้อหรอกครับ แต่ลองไปกินร้านอื่น ๆ ดูไปด้วยดีกว่า
  • บนเรือก็จะมีความบันเทิงอื่น ๆ เช่น ร้านปลอดภาษี บาร์ที่มีการแสดง ห้องประชุม ซาวน่า บาร์บนดาดฟ้า ฯลฯ ขึ้นไปชั่วโมงแรก ๆ ก็ว้าวอยู่ อยู่ไปซัก 6 ชม. ก็เริ่มเบื่อแล้วครับ ฮ่า ๆ
  • ถ้าอยากลองของอีกบริษัท route นี้ก็มี Viking Line ให้บริการเช่นกันครับ แต่เขาบอกว่า Tallink เรือใหม่กว่านะครับ
  • สรุปผมหมดไปทั้งสิ้น €209 (ราว 8,000 บาท) สำหรับสองคืนและอาหารสี่มื้อ ก็โอแหละครับ แต่รู้สึกไม่ค่อยคุ้ม ฮ่า ๆ

.

ท่าเรือของฝั่ง Stockholm มีความไฮโซเล็ก ๆ คล้ายสนามบิน

เรือสำราญเป็นประมาณนี้แหละครับ แต่อันนี้ไม่ใช่ลำที่ผมนั่งนะ

กินเบียร์ชมวิวบนนี้นี่เป็นความฟินอย่างนึงครับ

ช่วงออกจาก Stockholm ใหม่ ๆ เจอเรือจากอีกบริษัท

Stockholm archipelago นี่ แล่นเรือผ่านกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ

วิวพระอาทิตย์ตกจากบนเรือ ตอนนั้นน่าจะซักสี่ทุ่มได้ครับ ช่วงหน้าร้อนเป็นแบบนี้แหละ

ร้านฟาสต์ฟู้ดบนเรือ มีพิซซ่าและอาหารสำเร็จรูป

บาร์บนเรือ วันต่อมาบอลโลกสวีเดนแข่งกับเม็กซิโกพอดี คนเต็มร้านเลย

โซนเกม และ casino

มีคอนเสิร์ตและโชว์บนเรือ เพลงที่เล่นส่วนใหญ่จะเก่า ๆ หน่อย จริง ๆ ผมว่าคนที่มาเที่ยวแบบนี้ก็มักจะค่อนข้างมีอายุ หรือไม่ก็ไปกับครอบครัวครับ

คนเยอะเหมือนกัน

.

สรุป

นี่เป็นการล่องเรือสำราญครั้งแรกในชีวิตครับ ก็ประทับใจอยู่ แต่ถามว่าจะมาอีกไหมนี่มาเองก็คงไม่มาครับ ขึ้นเครื่องไปเลยดีกว่า ฮ่า ๆ ยกเว้นเป็น route อื่น หรือเรือบริษัทอื่นก็อยากจะลองนะครับ

สำหรับตัวเมืองทาลลินน์เองก็ประทับใจระดับหนึ่งครับ มีความคล้ายเฮลซิงกิในหลาย ๆ ด้าน แต่ผมก็ยังชอบเฮลซิงกิมากกว่านะ ส่วนตัวที่สนใจเอสโตเนียก็เพราะประทับใจในความ innovative ในแง่การพัฒนาด้าน digital economy ของเขามากกว่าครับ (เช่น 101 World, และ Blognone) เลยอยากมาเยือนซักครั้ง เสียดายมีโอกาสอยู่แค่เขตเมืองเก่า (ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่) แต่เท่าที่นั่งรถผ่านนอกเขตเมืองเก่าก็เจอตึกใหม่ ๆ น่าสนใจเยอะเหมือนกันครับ ไว้มีโอกาสมาเยือนใหม่ครับ 🙂

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply